สถานีคิดเลขที่ 12 : รักชาติ

8.09.22 | 11:00 น.

ในบรรยากาศการเมืองที่รอคอยการตัดสินปัญหา 8 ปีของนายกรัฐมนตรี

การอภิปรายของรัฐสภาเมื่อวันที่ 6-7 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ซึ่งมีกำหนดให้นายกฯมาจาก ส.ส. และการยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการลงมติเลือกนายกฯ รวมอยู่ด้วย ช่วยให้การรอคอยมีสาระและไม่น่าเบื่อเกินไป

การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้อาจจะเงียบๆ แต่ถูกจังหวะเวลา เพราะหากรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ได้ ผลที่จะตามมาหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจซ้ำรอยปี 2562 อีกครั้ง

เป็นรายการดีเบตที่ดุเดือด การปะทะกันของจุดยืนวิธีคิด ทำให้ตัวตนทางความคิดของแต่ละคนโจ่งแจ้งมากขึ้น

ฝั่ง ส.ส.จะย้ำถึงความไม่ชอบธรรมของ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของผู้มีอำนาจ แล้วย้อนกลับมาลงมติเลือกผู้เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งตนเอง เป็นนายกรัฐมนตรี

Advertisement

หลายคนในผู้อภิปรายจากฝั่ง ส.ส. หวดตรงๆ ว่า ส.ว.ว่าไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แต่มาโดยคณะทหารที่ยึดอำนาจเป็นผู้คัดเลือกและจิ้ม ส่วนใหญ่มาจากเพื่อนร่วมรุ่น พวกพ้องน้องพี่ ศิษย์เก่าสมาชิกสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ รวมถึงอีกหลายกลุ่มที่เคยร่วมงานกับ คสช.

รายละเอียดการอภิปรายของ ส.ส.กลุ่มนี้ ยังติดตามฟังได้จากเพจของวิทยุรัฐสภา

ส.ว.บางส่วนสนับสนุนให้ยกเลิกอำนาจตามบทเฉพาะกาลดังกล่าว ขณะที่ ส.ว.บางกลุ่ม ตอบโต้ ส.ส. ด้วยการยืนยันว่า อำนาจนี้เอง ที่ทำให้มีผู้นำที่เสียสละเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดในยุคที่มีนายกฯ จากการเลือกตั้ง

ด้วย “ชุดความคิด” ที่แตกต่างของแต่ละฝ่าย ทำให้การตีความสถานการณ์แตกต่างกันไปด้วย โดยเฉพาะการมองเหตุการณ์ปี 2556-2557

ทางด้าน ส.ส.เห็นว่าปัญหาของประเทศ ต้องแก้ด้วยประชาธิปไตย หัวหน้าฝ่ายบริหารต้องมาจากเลือกตั้ง มีสภาเลือกตั้ง เพื่อกำหนดตัวฝ่ายบริหาร ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ออกกฎหมาย กลั่นกรองกฎหมายและร่วมแต่งตั้งองค์กรอิสระ

ส่วน ส.ว.ที่คัดค้านการแก้ไขยังติดแหง็กกับความเชื่อที่มองนักการเมืองในภาพลบ เข้ามาใช้อำนาจหาประโยชน์

จึงต้องมีคนดีๆ จากระบบที่ควบคุมโดยคนดีๆ ขี่ม้าขาวมาปราบพวกคิดร้ายต่อบ้านเมือง

คนกลุ่มนี้น้อยใจ เคียดแค้นที่ความรักชาติ ความเสียสละรับการแต่งตั้ง
ไม่เป็นที่เข้าใจ ไม่ได้รับการยอมรับ ต้องมาโดน ส.ส.ด่ายับเยิน

ปีนี้ 2565 หรือ 8 ปีหลังรัฐประหาร 2557 เชื่อว่า ผู้ที่ได้ฟังการอภิปรายครั้งนี้ สรุปได้เองไม่มากก็น้อยว่า บ้านเมืองควรเดินต่อไปในทิศทางไหน

และกฎกติกาที่มีอยู่ เอื้ออำนวยให้เดินต่อหรือสนับสนุนให้หยุดนิ่งกันแน่

วรศักดิ์ ประยูรศุข