‘ก้าวไกล’ แก้เกมส.ว.ไม่ยอมยกเลิกอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ล่าชื่อ ชงนายกฯทำประชามติ

9.09.22 | 08:28 น.

‘ก้าวไกล’ แก้เกมส.ว.ไม่ยอมยกเลิกอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ล่มผุดแคมเปญใหม่ ‘รีเซ็ตประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่’ ล่า 5 หมื่นชื่อ ชงนายกฯทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงภายหลังรัฐสภามีมติไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 272 เพื่อยกเลิกอำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.เพียง 23 เสียง ว่า ผลการลงมติของรัฐสภา เมื่อวานนี้ (7 กันยายน) น่าผิดหวังเป็นพิเศษ ถึงแม้รัฐธรรมนูญปี 60 นั้นมีปัญหาเยอะมาก แต่ข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว.เป็นข้อเรียกร้องพื้นฐานที่สุด และเป็นมาตราที่ขัดแย้งต่อหลักการประชาธิปไตยมากที่สุดเช่นกัน แต่ในเมื่อไม่สามารถตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรีทันการเลือกตั้งที่จะมาถึง ทางพรรค ก.ก.จึงจำเป็นต้องเรียกร้องให้ ส.ว.ไม่นำตัวเองเข้ามาเป็นผู้ชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาล และการเลือกนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง แต่ควรเคารพและยึดตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน

นายพิธา กล่าวต่อว่า จุดยืนที่พรรค ก.ก.ประกาศต่อประชาชนมาตลอด คือการแก้ไขวิกฤติทางการเมืองครั้งนี้ ต้องไม่ใช่แค่ปะผุหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ที่ผ่านมาการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การร่างฉบับใหม่ผ่านช่องทางรัฐสภา เจอทางตันทุกครั้ง ซึ่งทางพรรค ก.ก.เห็นว่าต้องหาไพ่ใบใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยใช้ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญชื่อ “RESET ประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” ที่จะอาศัยช่องทางตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 มาตรา 9(5) โดยใช้เสียงของประชาชนอย่างน้อย 50,000 คน ร่วมลงชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการจัดทำประชามติโดยจะเริ่มรณรงค์ทันทีจนกว่าได้รายชื่อครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด

“เพื่อประหยัดงบประมาณ และเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรัฐบาล แต่คือการเปลี่ยนกติกาประเทศ เราจะเสนอให้จัดทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะต้องเกิดขึ้นไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2566” นายพิธา กล่าว

Advertisement

นายพิธา กล่าวด้วยว่า ตนมั่นใจว่าวิธีการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และไม่ควรมีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ถูกคัดค้าน เพราะเป็นหนทางที่จะนำพาประเทศออกจากวิกฤตทางการเมือง นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้จริง โดยไม่ต้องง้อเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลปฏิเสธยาก เพราะการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. เป็นสิ่งที่ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. เคยสนับสนุน

นอกจากนี้การจัดทำประชามติก็เป็นไปตามความเห็นของ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. ที่เคยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความว่าต้องจัดทำประชามติก่อนเสนอเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าสู่สภาในขั้นรับหลักการ และเป็นการทวงถามความรับผิดชอบโดยตรงจาก นายกรัฐมนตรี และ ครม. ว่าจริงใจแค่ไหนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากที่เคยประกาศว่าเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนโดยตรง เพราะหากมีการจัดทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง และประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะมาจากขั้วไหน ก็ต้องดำเนินการตามคำสั่งของประชาชนที่แสดงออกผ่านผลประชามติ