‘สุดารัตน์’โชว์วิชั่น‘ทสท.’ ยกคุณภาพชีวิตประชาชน

10.09.22 | 11:16 น.

หมายเหตุ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) จัดประชุมใหญ่และคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ โดยที่ประชุมมีมติเลือกคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธาน ทสท. เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยคุณหญิงสุดารัตน์แสดงวิสัยทัศน์ ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ อาคารสยามสแควร์วัน เมื่อ 9 กันยายน

 

วันนี้ดีใจที่ไทยสร้างไทยได้มารวมพลังกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะยืนยันว่าเรามาเพื่อเปลี่ยนประเทศ มาเพื่อจะแบกรับความทุกข์ของประชาชน และมาเพื่อทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นกว่านี้ให้ได้

ต้องขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจเลือกดิฉันมาเป็นผู้นำพรรค สัญญาว่าจะทุ่มเททำงานอย่างหนักอย่างสุดความสามารถ โดยขอใช้ประสบการณ์ 30 ปี ที่ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนมาทำหน้าที่ในการนำทัพพรรคไทยสร้างไทยให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่เราได้มีปณิธาน คือการมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเพื่อร่วมกันเปลี่ยนประเทศ สร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนให้สำเร็จ

พรรคไทยสร้างไทยได้ลงพื้นที่ ต่างเห็นความทุกข์ยากของประชาชน อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พี่น้องชาวไทยเหนื่อยมามากแล้ว ถูกละเลย ถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้สู้ปัญหาเพียงลำพัง

Advertisement

โดยขาดการเหลียวแลของผู้มีอำนาจ แต่จากนี้ไปดิฉันขอประกาศว่าพรรคไทยสร้างไทยเราจะขออาสาเหนื่อยแทนพี่น้องประชาชนทุกคนเพื่อให้พี่น้องทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้

เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องต้องสู้กับความยากจนความลำบากตามยถากรรมอีกต่อไป นักการเมืองของไทยสร้างไทยทุกคนขอทุ่มเทการทำงานหนักสู้เคียงข้างพี่น้องและช่วยพี่น้องให้หายจนหมดหนี้และมีรายได้อย่างยั่งยืนให้ได้ ดิฉันขอสัญญา

90 ปีของประชาธิปไตย เราวนเวียนอยู่กับวงจรอุบาทว์ระหว่างการรัฐประหาร เลือกตั้ง แล้วก็สืบทอดอำนาจทำให้ประเทศของเราติดล็อกมาโดยตลอด ประชาชนคนไทยถูกลิดรอนสิทธิคุกคามเสรีภาพ การด้อยค่าประชาธิปไตย การละเลยต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม เป็นเหตุทำให้เกิดความขัดแย้ง การคอร์รัปชั่นและเกิดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ คำว่าประชาธิปไตยโดยประชาชน ถูกบิดเบือนด้วยอำนาจเงิน ด้วยอำนาจรัฐ ด้วยอิทธิพล และวาทกรรมต่างๆ ที่สร้างขึ้นมา จนแทบไม่เคยมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่สะท้อนความต้องการอันแท้จริงของประชาชนได้เลย

พรรคการเมืองจำนวนมากที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่เคยลุกขึ้นมาปกป้องเมื่อมีการรัฐประหาร ชีวิตของดิฉันต้องต่อสู้กับรัฐประหาร ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวมาเป็นนักการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 และวันนี้ยังคงต้องต่อสู้ต่อไป หลายคนไม่คิดที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับระบบอำนาจนิยม

แต่บางท่านกลับไปร่วมมือเบียดเบียนและกดทับประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็ก ดังนั้น ประชาธิปไตยเพื่อประชาชนจึงไม่เกิดขึ้นจริง แต่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือประชาธิปไตย แบบอำนาจนิยมเพื่อพวกพ้อง เพื่อนายทุนและเพื่อการสืบทอดอำนาจ

8 ปีที่ผ่านมาคือการตกผลึกของความเลวร้ายทั้งปวง ไม่มียุคใดที่ประชาชนโดยเฉพาะคนตัวเล็กจะถูกละเลย จะถูกย่ำยีได้มากเท่านี้อีกแล้ว

กระบวนการของไทยถูกบิดเบือน การคอร์รัปชั่นเป็นไปอย่างมโหฬารไม่มียางอายเพราะระบบตรวจสอบมาจากอำนาจนิยมระบบราชการมุ่งรับใช้อำนาจนิยมประชาชนจึงแทบไม่เหลือตัวตน กระทบถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น จึงได้ประกาศที่จะปลดล็อกอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งปวง โดยเริ่มจากการปลดล็อกความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมากว่า 16 ปี เลือกฝั่งหนึ่งก็ติดหล่มเลือกอีกฝั่งก็ติดล็อก ประเทศไปต่อไม่ได้

ไทยสร้างไทยจึงไม่สามารถปล่อยให้ประเทศเป็นเช่นนี้ได้ จึงต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน ในการสร้างรัฐธรรมนูญของประชาชนเพื่อประชาชน ผลักดันให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ที่สำคัญที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะต้องมีบทบัญญัติให้คนล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็นกบฏ และต้องรับโทษทัณฑ์สูงสุด ที่ย่ำยีอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย

ต่อมาคือการปลดล็อกที่ 2 คือการเปลี่ยนรัฐราชการให้เป็นรัฐประชาชนให้สำเร็จ รัฐราชการที่เคยมองประชาชนเป็นลูกน้อง ทำตัวเป็นเจ้านายประชาชน จากนี้จะต้องมาเป็นหุ้นส่วนกับประชาชน จะต้องเป็นรัฐที่สนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ ดำรงชีวิตและการทำมาหากินของประชาชนให้ง่ายขึ้น

ปลดล็อกที่ 3 กฎหมายที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นการทำมาหากินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อย วันนี้เรามีกฎหมายมากมายเพราะว่ารัฐสันนิษฐานว่าประชาชนนั้นคือผู้ร้าย

ดังนั้น จึงออกกฎเกณฑ์มามากมายเพื่อที่จะนำมาใช้บังคับ เป็นอุปสรรคขวางกั้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แล้วขวางกั้นการทำมาหากินของประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยโดย ดร.โภคิน พลกุล จะได้ร่างกฎหมาย พักใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุมัติอนุญาตรวมถึงโทษอาญาหรือทางปกครองไว้ชั่วคราว หรือการทำ legal sandbox ไว้ชั่วคราวประมาณ 3-5 ปี

ซึ่งกฎหมายที่ทำในครั้งนี้ประมาณ 1,300 ฉบับ โดยการออก พ.ร.ก.เพียงฉบับเดียว ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน เราจะปลดล็อกให้พี่น้องคนไทยได้ลุกขึ้นมาทำมาหากินได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงที่สุด ไม่รอใบอนุญาตที่ล่าช้าและเป็นช่องทางให้ถูกรีดไถ เป็นช่องทางของการทุจริต

และปลดล็อกประการที่ 4 คือการปลดล็อกจากการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งเปรียบเสมือนมะเร็งร้าย ที่เกาะติดประเทศไปทั่วทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น

สอดคล้องกับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นที่จัดโดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ ประเทศไทยนั้นแย่ลงมาโดยตลอด สะท้อนว่านับแต่ปี 2557 ที่มีการยึดอำนาจ ประเทศนั้นเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น และจากการจัดอันดับล่าสุดในปี 2565 ไทยได้เพียง 35 คะแนน จาก 100 คะแนน ได้อันดับที่ 110 จาก 180 ประเทศ

ดังนั้น การรัฐประหารที่อ้างว่าทำเพื่อการปราบโกง จึงเป็นข้ออ้างที่หลอกลวง และกลุ่มผู้ที่ทำรัฐประหารนั่นแหละที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นในประเทศเลวร้ายลงไปอีก

ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้เตรียมโมเดลไว้แล้ว ซึ่งมั่นใจว่าจะเอาตัวคนโกงมาติดคุกได้

เมื่อปลดล็อกออกจากสิ่งกดทับทั้งปวง พรรคไทยสร้างไทยจะสร้างอำนาจให้ประชาชนด้วยการส่งเสริมประชาชนคนตัวเล็ก เพื่อรวมตัวกันให้มีอำนาจต่อรอง ส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุนความรู้และการตลาด ซึ่งมั่นใจว่าเมื่อปลดล็อกสิ่งต่างๆ แล้วคนไทยจะสามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะแล่นทะยานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และพรรคไทยสร้างไทยจะเน้นการสร้างรายได้ไม่ใช่การกู้

โดยมีเป้าหมายการสร้างรายได้บนพื้นฐานความเข้มแข็งเดิมของประเทศ ไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.เป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพป้อนคนทั่วโลก 2.ศูนย์กลางสุขภาพและ WELLNESS 3.ศูนย์กลางการท่องเที่ยว และ 4.ศูนย์กลางคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค

นอกจากนั้น ต้องเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ภูมิรัฐศาสตร์โลก มีมหาอำนาจของโลก 2 ขั้ว ซึ่งเผชิญหน้าและกดดันกันอย่างรุนแรง ประเทศไทยจึงต้องจัดวางตำแหน่งของตนเองให้เกิดความเหมาะสม สมดุลจากวิกฤตนี้ เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด

ไทยสร้างไทยจะพลิกวิกฤตโลกให้เป็นโอกาส ในการสร้างรายได้จากฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น การใช้วิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่เกิดปัญหา ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมแบบใหม่ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมรถ EV และเซมิคอนดักเตอร์ฯ ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน ด้านดิจิทัลอีโคโนมี หรือทำให้ไทยเป็นถิ่นพำนักระยะยาวของคนเก่งหรือมหาเศรษฐี ที่จะ WORK FROM THAILAND

และไทยสร้างไทยจะดูแลคุณภาพชีวิตตั้งแต่เกิดจนแก่ เราจะทำให้เด็กไทยมีคุณภาพ เราจะทำให้คนไทยมีสุขภาพดี เราจะทำให้คนไทยมีรายได้อย่างยั่งยืนและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีด้วย 3 นโยบายหลักในการดูและคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น 1.คือโครงการ 30 บาทสุขภาพดีถ้วนหน้า เราจะดูแลเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงผู้สูงวัย ด้วยโครงการไทยสร้างไทย Digital health ที่จะเข้ามาช่วยประชาชนให้สร้างสุขภาพได้และมีคุณภาพการรักษาที่ดีขึ้น สามารถเลือกโรงพยาบาลได้เอง นัดหมอโดยตรงโดยไม่ต้องรอคิว มียาส่งถึงบ้าน ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เรียนฟรีจบปริญญาตรี ลดเวลาเรียน เพิ่มคุณภาพการศึกษา และโครงการบำนาญประชาชนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ดิฉันทำสำเร็จมาแล้ว ดังนั้น จะทำต่อไป ทำให้สุขภาพคนไทยดีขึ้นให้ได้

2.คือพรรคไทยสร้างไทยเราให้ความสำคัญกับการสร้างคนเพราะคนสร้างประเทศ เป็นนโยบายในการที่จะให้เด็กนักเรียนเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี เราจะลดเวลาเรียนแต่เพิ่มคุณภาพการศึกษาโดยเด็กจะจบมาทำงานได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี เราจะปรับเปลี่ยนหลักสูตรที่กำหนดจากกระทรวงแบบบนลงล่างเหมือนตัดเสื้อโหลให้เด็ก ที่บังคับให้เด็กต้องใส่เหมือนกันทั้งประเทศ เพราะเป้าหมายในการศึกษาปัจจุบัน
อยู่ที่การให้เด็กได้รู้ตัวเองที่สุดว่าควรจะไปทางไหน รู้วิธีหาความรู้ในเรื่องที่ตนจะไปประกอบอาชีพในอนาคต และจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วย ไทยสร้างไทย Digital Education ที่จะลดความเหลื่อมล้ำ เด็กในกรุงเทพฯได้เรียนกับครูที่เก่งๆ คนใด เด็กบนยอดดอยของเราเหนือหรือใต้จะได้เรียนจากครูคนเดียวกัน ที่สำคัญเราจะเปลี่ยนอำนาจการใช้เงิน ปัจจุบันให้เรียนฟรี แต่จบแค่มัธยมปลาย เราจะให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี โดยที่จะเปลี่ยนอำนาจทางการเงิน จากการให้งบประมาณการเรียนฟรีไปที่โรงเรียน เราจะให้งบประมาณการเรียนฟรีนี้ไปที่เด็กและผู้ปกครองโดยตรง ผ่านคูปองการศึกษา เพื่อให้โรงเรียนต่างๆ ได้แข่งขันกัน พัฒนาการคุณภาพการศึกษา สร้างหลักสูตรที่จะดึงดูดให้เด็กมาเรียนในโรงเรียนนั้นๆ นี่คือการเพิ่มคุณภาพการศึกษา และไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มแค่เปลี่ยนวิธีคิดเท่านั้น เมื่อเด็กได้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรีทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ พี่น้องประชาชนก็ไม่ต้องมีหนี้ กยศ.อีกต่อไป

สุดท้าย 3.บำนาญประชาชน 3,000 บาท เราคิดนโยบายนี้มาเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกที่มีสัดส่วนของประชากรผู้สูงวัยมากที่สุดในโลก เราได้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มขั้นแล้ว และโชคร้ายที่ผู้สูงวัยของประเทศไทยส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและสุขภาพไม่ดี เราจะปล่อยให้ประเทศเต็มไปด้วยคนแก่ที่ยากจนและมีสุขภาพไม่ดีต่อไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่มีใครทำงานสร้างรายได้ให้กับประเทศ เรายังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ในการดูแลผู้สูงอายุอีกจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นภาระต่องบประมาณของประเทศและของครอบครัว

ดังนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องทำโครงการบำนาญประชาชนให้ประชาชนเดือนละ 3,000 บาท วันละ 100 บาท ให้เขาพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้ โครงการนี้เราคิดอย่างรอบคอบ จึงไม่ใช่โครงการที่แข่งกันแจกเงินอย่างที่พี่น้องเริ่มเห็นว่าพรรคอื่นๆ จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ เราไม่มาแข่งแจกเงินกับใคร เราใช้ความคิดในการที่จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรสูงวัยอย่างยั่งยืนให้ได้ โครงการนี้จึงเหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นก 4 ตัว โดยมีประโยชน์คือ 1.ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี 2.เป็นการลดภาระลูกหลาน 3.เป็นการจัดตั้งศูนย์การสร้างสุขภาพดีให้กับผู้สูงวัย และ 4.เงิน 3 แสนล้าน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากมากที่สุด ทำให้เกิดการหมุนเวียนรายได้

จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยมาร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ ลุกขึ้นมาปฏิวัติไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเงิน อำนาจรัฐ และใช้ความกล้าหาญในการกาพรรคไทยสร้างไทยในทุกเขตเลือกตั้ง