หน้าแรก การเมือง จ่อผุด กก.ยุท...

จ่อผุด กก.ยุทธศาสตร์ชาติ ให้ ”นายกฯ-ปธ.สนช.-ปธ.สปท.” สืบทอดอำนาจ

12.02.16 | 18:21 น.

สปท.เตรียมถก ยุทธศาสตร์ชาติ 16 กพ.นี้ จ่อผุดคณะกก.ยุทธศาสตร์ชาติ ให้”นายกฯ-ประธานสนช.-ประธานสปท.” สืบทอดอำนาจ เผยยุทธศาสตร์ผูกพันรัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ 12กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) วันที่ 16กุมภาพันธ์นี้ มีระเบียบวาระ พิจารณารายงานการจัดทำการบริหารราชการแผ่นดินว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ เสนอโดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สปท. มีพ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ เป็นประธาน ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศมียุทธศาสตร์ชาติใช้เป็นแม่บทหลักในการกำหนดนโยบายและแผนต่างๆ โดยเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้จัดตั้งองค์กรระดับชาติที่เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง เพื่อดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 2 องค์กรได้แก่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจำนวน 25คน และคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 29 คน พร้อมทั้งให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีสถานที่ทำงาน มีงบประมาณและมีบุคลากรทำงาน

ส่วนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เช่น จัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ตรวจสอบการไม่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐและเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ กรณีไม่ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ หากฝ่ายการเมืองทำให้เสียหายร้ายแรงแต่ไม่ปรากฏว่าทุจริตให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแต่หากเป็นข้าราชการต้องมีบทกำหนดโทษทางวินัย หากดำเนินการส่อไปในทางทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้ส่งเรืองให้ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมาย มาตรา 37

องค์ประกอบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 25 คน ในบทเฉพาะกาลให้ประกอบไปด้วย นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ อีก22 คน ซึ่งมาจากการสรรหา วาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้เงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นให้ใช้บัญชีเดียวกับ ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี หรือประธานศาลฎีกา ส่วนคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติจำนวน 29คน ประกอบไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง เช่น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ฯลฯ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยอำนาจหน้าที่สำคัญ เช่น กำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงานของสำนักงานยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดตัวชี้วัด แผนของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น โดยยุทธศาสตร์มีผลผูกพันรัฐสภา และครม.ทุกสมัย แม้จะไม่ใช่รัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีที่ได้ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารที่ส่งให้สมาชิกสปท.ระบุว่าแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติมี 4 แผนงาน ได้แก่ 1. ให้ยุทธศาสตร์ชาติได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้บัญญัติให้แล้วในร่างเบื้องต้น 2. ให้มีกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ มีผลบังคับใช้ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 3.สนับสนุนความมุ่งมั่นของรัฐที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ และ4.เผยแพร่ ทำความเข้าใจต่อสังคมให้ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนฯ ยังระบุระยะเวลาหรือโรดแมปในการผลักดันยุทธศาสตร์ที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนให้เสร็จภายใน 1ปีครึ่ง ดังนี้ภายหลังสปท.ลงมติเห็นชอบกับแผนและร่างพ.ร.บ.นี้ในเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ในเดือนมีนาคม– เมษายน ครม.เห็นชอบกับแผนและร่างพ.ร.บ. และส่งให้สนช.พิจารณาให้แล้วเสร็จเพื่อออกเป็นกฎหมายในช่วงเดือนพฤษภาคม -ตุลาคมและช่วง เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ให้มีการสรรหาคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ สำหรับการจัดตั้งสำนักงานยุทธศาสตร์ชาติกำหนดให้กระทำในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2560ส่วนยุทธศาสตร์ที่เป็นเรื่องเป้าหมาย และแผนต่างๆนั้น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ต้องจัดทำให้เสร็จก่อนมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง

Advertisement