พี่เอ้ ครวญ ออกนอกบ้านลาดกระบังไม่ได้ เสนอ 4 ข้อแก้น้ำท่วม กทม. ในฐานะวิศวกรธรณีเทคนิคคนหนึ่ง
เมื่อวันที่ 11 กันยายน เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ วิศวกร นักบริหาร นักการศึกษา เขียนข้อความทางเฟซบุ๊กกรณีน้ำท่วมลาดกระบัง พร้อม 4 ประเด็นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมใน กทม. ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลในฐานะผู้ประสบภัยและวิศวกรธรณีเทคนิคคนหนึ่ง
“สำหรับโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัวที่ผมพอมีนี้ ในฐานะชาวบ้านคนกรุงเทพฯผู้ประสบภัย และวิศวกรธรณีเทคนิคคนหนึ่ง ขออนุญาตอธิบายกับหลายๆ ท่านที่ได้มาออกความเห็นในโพสต์ก่อนหน้า เป็นข้อมูลนะครับ
น้ำท่วมหนัก เพราะคลองประเวศ ‘เส้นเลือดใหญ่’ อุดตัน จุดตายน้ำท่วมลาดกระบัง และกรุงเทพฯตะวันออก
คลองประเวศบุรีรมย์เป็นคลองขุดในสมัยรัชกาลที่ 5 นำทีมขุดโดยเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ หรือ ท่านเจ้าคุณทหาร เจ้าของที่ดินเดิม ที่ภายหลังได้บริจาคให้สร้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ในอดีต คลองประเวศใช้ในการชลประทานและการเดินทางทางเรือ ต่อจากคลองพระโขนงแถววัดแม่นาคพระโขนง หรือวัดมหาบุศย์ ขุดขึ้นไปจนบรรจบกับแม่น้ำบางประกง ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ความยาวร่วม 40 กว่ากิโลเมตร
ต้องรู้ว่า คลองประเวศคือคลองชลประทาน มีลักษณะที่ต้องสูงกว่าพื้นที่ดินการเกษตร เพื่อส่งน้ำไหลลงหล่อเลี้ยงดูชุมชนการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออกแต่เดิม ดังนั้น การจะระบายน้ำท่วม ก็ต้องสูบน้ำขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ไหลลงตามธรรมชาติ
ปัจจุบันการเดินเรือคลองประเวศต้องประสบอุปสรรคจากการสร้างประตูน้ำกั้นคลองประเวศหลายประตู โดยมีเจตนาเพื่อควบคุมระดับน้ำไม่ให้ไหลตรงสู่เจ้าพระยา ผ่านคลองพระโขนง แล้วไป ‘สูบขึ้น’ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ที่มีเครื่องสูบน้ำยักษ์ 51 เครื่อง
คลองประเวศจึงเป็น ‘เส้นเลือดใหญ่’ ใช้ในการระบายน้ำฝั่งกรุงเทพฯตะวันออก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมกรุงเทพฯจะแก้ไม่ถูกจุด ถ้าไม่เข้าใจก่อนว่าแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่สูงที่สุด สูงกว่าถนนสูขุมวิทร่วม 2 เมตร สูงกว่าระดับคลองแสนแสบ คลองประเวศ และคลองสูงกว่าถนน ถนนสูงกว่าซอย กรุงเทพฯจึงเป็น ‘เมืองปั๊ม’ เพราะต้องสูบน้ำฝืนธรรมชาติ จากซอยสูบขึ้นถนน ถนนสูบขึ้นคลอง และคลองสูบขึ้นเจ้าพระยา ก่อนไหลลงอ่าวไทย
‘ลาดกระบัง’ และกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกมีการพัฒนาต่อเนื่อง จากพื้นที่การเกษตรกลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่บ้านจัดสรร คอนโด ห้างสรรพสินค้า พื้นที่แอ่งรับน้ำ ‘แก้มลิง’ หาได้น้อยลง
ทางรอด ทางแก้ปัญหาทางเดียวของลาดกระบัง คือการระบายน้ำสู่ ‘เส้นเลือดใหญ่’ คลองประเวศเพื่อไปให้ถึงพระโขนง สูบขึ้นไประบายบนแม่น้ำเจ้าพระยา หรือสูบระบายไปทางตะวันออก ผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต
แต่น่าเสียใจ ‘เส้นเลือดใหญ่อุดตัน’ ถูกบีบไม่ให้น้ำไหลผ่าน ‘ประตูน้ำ’ ที่แทบไม่เปิดให้น้ำจากคลองประเวศที่จะรับน้ำลาดกระบังได้มีโอกาสไปถึงพระโขนง ลาดกระบังจึงจมน้ำ ทุกข์ระทม
ผมสันนิษฐานว่ามีปัญหาที่ยังรอแก้ไขเร่งด่วน ดังนี้
1.มีความสงสัยว่า เครื่องสูบน้ำยักษ์ 51 เครื่อง ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ใช้งานได้จริงอยู่กี่เครื่อง? หรือ สูบน้ำไม่ได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่? ทำให้ประตูน้ำคลองประเวศก็ไม่กล้าปล่อยน้ำไปถึงสถานีสูบ กรุงเทพฯตะวันออกจึงจมน้ำต่อไป หากให้เครื่องสูบน้ำทั้ง 51 เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จะช่วยการระบายน้ำคลองประเวศได้ทันที
2.จุดเชื่อมต่อคลองประเวศกับคลองพระโขนงคดเคี้ยว และจากประสบการณ์ที่เคยนั่งเรือลงพื้นที่ พบว่าตลิ่งแถวนั้น กทม.ยังซ่อมไม่เรียบร้อย กลายเป็นฟันหลอ จุดเปราะบาง หากมีน้ำระบายมาทางนี้ก็กลัวจะทะลัก ผมขอแนะนำให้รีบซ่อมตลิ่งให้เรียบร้อย งานไม่มาก ทำได้เร็ว จะทำให้น้ำไหลสะดวก ไปถึงสถานีสูบน้ำพระโขนงได้ โดยปลอดภัยกับชาวบ้านเขตชั้นใน
3.คลองประเวศฝั่งตะวันออก แถวถนนลาดกระบัง-หลวงแพ่ง เชื่อมต่อกับ ‘คลองพระองค์เจ้าไชยนุชิต’ คลองนี้จะไหลลงไปสู่อ่าวไทยฝั่งคลองด่าน สมุทรปราการ กทม. ควรประสานงานให้คลองพระองค์เจ้าสูบแบ่งเบาภาระของคลองประเวศส่งไปอีกทาง ทำให้พร่องน้ำคลองประเวศได้ น้ำท่วมลาดกระบังจะได้สูบระบายได้ เพราะตอนนี้คลองประเวศล้นแล้ว น้ำท่วมลาดกระบังไม่มีทางไป
4.ปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาซับซ้อน ควรใช้เทคโนโลยีช่วยในการตัดสินใจ บัญชาการ หรืออำนวยการอัตโนมัติ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ
การไม่มีระบบเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำอย่างละเอียดในพื้นที่ลาดกระบังและกรุงเทพฯตะวันออกทำให้อาจไม่รู้ระดับการเปิดประตูน้ำตามสถานการณ์จริง แนะนำให้รีบติดตั้งด่วน ทำได้ทันที
หากดำเนินการตามวิธีการ 4 ข้อนี้ จะพอช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้
ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ ผมออกนอกบ้านลาดกระบังไม่ได้ น้ำท่วมสูงมาก จึงหวังว่าคำแนะนำในฐานะชาวบ้านคนกรุงเทพฯผู้ประสบภัย และวิศวกรธรณีเทคนิคคนหนึ่ง ที่พอจะมีความรู้และประสบการณ์ จะพอช่วยกันได้บ้างครับ”

