โชว์ฟอร์มในการทำหน้าที่ตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ถูกอกถูกใจบรรดากองเชียร์ไม่น้อย สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ทำเอาบางคนถึงขั้น “ติดลม” อยากให้ พล.อ.ประวิตรนั่งรักษาการยาวจนหมดวาระรัฐบาลชุดนี้ในช่วงต้นปี 2566
หรือไม่ก็อยากให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลนี้ครบวาระ ถ้าชนะการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญยังเปิดช่องให้ทำได้
ดูเหมือนว่า พล.อ.ประวิตรเองพยายามวางตัวให้ดูทะมัดทะแมงขึ้นกับตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี
ทั้งการลงรถ ขึ้นรถ การเดินเหิน จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ พล.อ.ประวิตรจะเดินเอง ไม่ต้องเกาะแขนเกาะไหล่เจ้าหน้าที่เหมือนก่อนหน้านี้
แถมยังเห็นกิริยาท่าทางค่อนข้างอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น คำตอบที่มักได้ยินบ่อยๆ เวลาตอบคำถามนักข่าวก็คือ “ไม่รู้ ไม่รู้” จนหลายคนเก็บเอาไปแซว ก็พูดน้อยลง
แต่ส่วนใหญ่จะออกแนวไม่ค่อยให้สัมภาษณ์มากนักในบทบาทรักษาการนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าบิ๊กป้อมจะไม่ค่อยลงรายละเอียดเนื้องานหลังประชุมแต่ละครั้ง เวลาให้สัมภาษณ์ก็จะมอบหมายให้หน่วยงานหลักเป็นผู้ให้ข้อมูลแทน
จะไม่เหมือนบิ๊กตู่เวลาประชุมเสร็จ มักยืนแถลงข่าวที่โพเดียม จนบางครั้งพูดยาวเหยียด แต่พอเจอคำถามหนักๆ มักอารมณ์ไม่ค่อยดี มีปฏิกิริยาตอบโต้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้เห็นอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง จนถึงขั้นทิ้งโพเดียมก็เคยเห็นกันบ่อยๆ
ที่สำคัญ ระยะหลังมานี้บิ๊กป้อมเวลาตอบคำถามนักข่าว ไม่ใช่แค่ “ไม่รู้ ไม่รู้” อย่างเดียว แต่ระยะหลังมีคำคมวลีเด็ดโชว์ให้ลีลา “ความเก๋า” ให้เห็นอีกต่างหาก
อย่างเช่นในการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65 “บิ๊กป้อม” ออดอ้อนกับชาวกระบี่ว่า
“ผมอายุมากแล้ว แต่จะพยายามทำงานให้พี่น้องประชาชนโดยใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ใช้แรงบันดาลใจ”
เรียกเสียงเฮจากบรรดากองเชียร์ชุดใหญ่ เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำหน้าที่ แม้ว่าเรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมี แต่ใจยังสู้ ว่างั้นเถอะ
บิ๊กป้อมพยายามทำให้เห็นว่า แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะถูกให้หยุดพักการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เหลือเพียงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่บิ๊กป้อมก็สามารถทำหน้าที่แทนได้อย่างสง่าผ่าเผยไม่ให้เสียชื่อ “พี่ใหญ่” แห่ง 3 ป.
แม้จะไม่รู้ว่าจนถึงที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยประเด็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี เริ่มนับจากปีไหน บิ๊กตู่จะได้ไปต่อหรือไม่
บทบาทรักษาการนายกรัฐมนตรีของบิ๊กป้อม อาจจะสิ้นสุดลงในระยะเวลาอันสั้น หากมีคำวินิจฉัยว่าบิ๊กตู่ได้ไปต่อ ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไปได้
และดูเหมือนว่าหลายคนสงสัยว่าผลจะออกมาแนวทางนี้หรือไม่ เพราะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง “ออกอาการ” ให้เห็นบ่อยๆ ช่วงนี้ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในคดีอื่นๆ
อย่างเช่น มีเอกสารหลุดออกมาตามสื่อแทบจะรายวัน เกี่ยวกับความเห็นจากกลุ่มผู้ร่างรัฐธรรมนูญและทีมกฎหมายของบิ๊กตู่ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ออกไปในแนวทางบิ๊กตู่ได้ไปต่อก็ตาม
แต่อย่างน้อย สิ่งที่เกิดขึ้น บิ๊กป้อมทำให้เห็นว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม แม้จะเป็นแค่ “มวยแทน”
ทั้งเรื่องการบริหารงานของรัฐบาล หรือแม้แต่ปัญหาด้านการเมืองของพรรคพลังประชารัฐก็ตาม จะสังเกตได้ว่าค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีแตกแถว
ตรงกันข้าม กลับมีแต่เสียงชื่นชมบิ๊กป้อมในการทำหน้าที่ ทั้งจาก พปชร.เอง และพรรคร่วมรัฐบาล
กลับกลายเป็นว่า ฝั่งบิ๊กตู่ซะอีกจะเป็นฝ่ายดูเคร่งเครียด แม้ว่าจะยังคงมีตำแหน่ง รมว.กลาโหม แต่ทุกครั้งที่ออกสื่อจะเห็นได้ว่า แม้ว่าใบหน้าจะยิ้ม แต่แววตากลับไม่ยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยความกังวล ไม่เหมือนตอนเป็นนายกฯ
หลังจากนี้ไป แม้ว่าบิ๊กตู่จะกลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ก็ตาม คงจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามมา
เพราะนับจากนี้จะเดินหน้าเข้าสู่โหมดก่อนการเลือกตั้งประมาณต้นปีหน้า หรืออาจจะเร็วกว่านั้น หากบิ๊กตู่เลือกจะยุบสภา เพื่อให้บริหารจัดการ ส.ส.ง่ายกว่าปล่อยให้รัฐบาลหมดวาระตามเวลาที่กำหนด
บรรยากาศนับจากนี้ จะเกิดสภาวะ “ฝุ่นตลบ” บรรดานักการเมืองจะหาพรรคลงสังกัดกันอย่างคึกคัก เพื่อรับศึกเลือกตั้งใหญ่
พปชร.ในฐานะแกนนำรัฐบาล จะต้องพยายามชนะการเลือกตั้งให้ได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องถูก “เช็กบิล” โดยเฉพาะ 3 ป.
ดังนั้น คงจะได้เห็น “ทีเด็ด” พี่ใหญ่แห่ง 3 ป.อีกครั้งว่า การใช้ “ใจบันดาลแรง” ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ เด็ดดวงแค่ไหน
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

