09.00 INDEX บทบาท ประวิตร วงษ์สุวรรณ สถานะ อีกทางเลือก ในสังคม
ยิ่งวันมาตรการอันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม โดย “คำสั่ง” คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพักการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะส่งผลสะเทือน
ประการแรกสุด คือ การเข้ามาในฐานะ “รักษาการ” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แม้จะดำรงอยู่ในลักษณะอย่างเป็นการ “ชั่วคราว”
กระนั้น ที่ต้องยอมรับก็คือ ความรับผิดชอบอย่างสูงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เข้ามาสอดสวมและแทนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ
เริ่มตั้งแต่สิ่งที่เรียกว่า “ใจบันดาลแรง” สะท้อนให้เห็นการปรับเปลี่ยนอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่เพียงแต่ในทาง “ส่วนตัว” อย่างเด่นชัดในทางกายภาพ
หากที่สำคัญและแหลมคมเป็นอย่างสูงคือ ท่วงทำนองในการบริหารจัดการที่สร้างความแตกต่างจากที่เคยเห็นอย่างจำเจ ซ้ำซากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผลสะเทือนที่ตามมาอย่างฉับพลันก็คือ มายาคติที่ว่าต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวเท่านั้นได้พังทลายลง
ตอกย้ำว่า “กรุงศรีอยุธยา” มิได้สิ้นไร้ไม้ตอก “คนดี”
ความจริง การปรากฏขึ้นของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ได้เพิ่ม “ตัวเลือก” ในทางการเมืองอยู่แล้วโดย พื้นฐาน
แต่สังคมก็ยังถูกทำให้หลงเชื่อว่ามีแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา เท่านั้นที่เหมาะกับสถานการณ์พิเศษของสังคมไทย
นั่นก็คือ สถานการณ์ที่รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 และรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ได้กลายเป็น “เด็ธล็อค” ที่จำเป็นต้องรักษา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาไว้
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง แม้กระทั่งการ “ทดลอง” บริหารแบบเบาสบายอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ทดแทนได้และก่อให้เกิดตัวเลือกอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขึ้นได้
โดยมีความพร้อมมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย
ยิ่งสถานการณ์ “พัก” การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทอดยาวไปนานเพียงใด จึงยิ่งเสนอหนทางให้กับสังคมประเทศไทยมากเพียงนั้น
แนวโน้ม “การเลือกตั้ง” ครั้งหน้าจึงยิ่งมีความเด่นชัด
เป็นความเด่นชัดที่แต่ละพรรคการเมืองจะเสนอปัญหาและเสนอ “ทางเลือก” ที่ดีกว่าเพื่อเป็นหนทางออกจาก “หล่ม” การเมือง
นั่นคือทางออกที่มิใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกแล้ว

