หน้าแรก การเมือง ศาล รธน.นัดถก...

ศาล รธน.นัดถกวันนี้ ปมนายกฯ 8 ปี คาดลงมติ-วินิจฉัยชี้ชะตา ‘บิ๊กตู่’ 28-29 ก.ย. ‘วิษณุ’ แนะ รอฟังศาล

14.09.22 | 08:29 น.

ศาล รธน.นัดถกวันนี้ ปมนายกฯ 8 ปี คาดลงมติ-วินิจฉัยชี้ชะตา “บิ๊กตู่” 28-29 ก.ย. ‘วิษณุ’ แนะรอฟังศาล พรรคร่วมโวยภูมิใจไทย หาเสียงกู้ กยศ.ไม่เก็บดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 13 กันยายน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นครั้งที่ 3 ก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประวิตร ยังได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงความเคลื่อนไหวของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภริยา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาเปิดตัวสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะรับไมตรีคุณหญิงพจมานด้วยหรือไม่ว่า “ก็ไปถามคุณหญิงพจมาน” เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำการเมืองร่วมกันในอนาคต พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามดังกล่าว ได้แต่โบกมือและส่ายหน้า

พรรคร่วมโวย ภท.ใช้ กยศ.หาเสียง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ เป็นประธาน เรื่องที่ใช้ระยะเวลาหารือกันนานที่สุด คือ เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด หลังจาก พล.อ.ประวิตรปรารภว่าเห็นข่าวผู้ติดยาเสพติดฆ่าคนหลายเหตุการณ์ ทั้งฆ่าพ่อ ฆ่าลูก จึงอยากจะให้เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน อีกเรื่องที่มีการแสดงความเห็นกันจำนวนมาก คือ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา วาระ 2 โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ได้หยิบยกขึ้นมาหารือว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่รู้จะเอาอย่างไรกันแน่ เวลาเข้าสภาก็ยุ่งเหยิงไปหมด ถ้าไม่เก็บดอกเบี้ย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จะบริหารจัดการอย่างไร ทุกคนจ้องแต่จะหาเสียง ตอนนี้เรื่องนี้เหมือนเป็นปัญหาอยู่ จากนั้นนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้ถกเถียงกันมาก ที่ประชุมจะให้แต่ละพรรคฟรีโหวต ทำให้นายสมศักดิ์ท้วงติงว่า ฟรีโหวตไม่ได้ เพราะกระทบเสถียรภาพรัฐบาล รัฐบาลจะเสียหายมาก เป็นกฎหมายสำคัญ และไม่ควรเสนอในสภาในช่วงนี้จะเป็นการหาเสียง ถ้าจะทำให้เสนอเป็นพระราชกำหนดเลย อยู่ในช่วงสุดท้ายแล้ว ถ้าเสนอไปเกรงว่าจะไม่มีเอกภาพ จะเป็นขี้ปากชาวบ้านและสื่อมวลชนเปล่าๆ

ป้อมเรียกพรรคร่วมเคลียร์

ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการพรรค พปชร. ระบุว่า เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่ ตอนแรกพรรคร่วมรัฐบาลให้ความร่วมมือกันดี แต่พอตอนปลายรัฐบาลกลับจ้องจะนำกฎหมายนี้ไปหาเสียง ถ้าปล่อยเข้าสภาจะวุ่นวาย ดอกเบี้ยเป็นศูนย์ไม่ได้ จะทำให้คนไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีทุนไปหมุนต่อ ถ้าไม่มีวินัยปัญหาใหญ่จะเกิดในอนาคต ส่วนนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุทำนองเดียวกันว่า โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของฟรี ไม่ควรสร้างวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้ให้ประชาชน จะเป็นจุดอ่อนของระบบเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เสนอจะไม่เก็บดอกเบี้ยจากกองทุน กยศ. ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ทำให้ พล.อ.ประวิตรต้องพูดขึ้นว่า เรื่องนี้พรรคร่วมควรต้องคุยกันหลังประชุมอีกครั้ง

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรได้เรียกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเข้าหารือในประเด็นดังกล่าวที่ห้องรับรอง โดย พล.อ.ประวิตรได้กล่าวในห้องประชุมว่า เวลาแต่ละพรรคไปหาเสียงในพื้นที่ตัวเองพูดจำนวนดอกเบี้ยคนละตัวเลขกัน จึงอยากให้แต่ละพรรคกลับไปคุยกันให้ดีว่าจะใช้ดอกเบี้ยเท่าไหร่แล้วกลับมาคุยกันใหม่

‘วิษณุ’ แนะรอฟังศาลปม8ปี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องวาระการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าไม่มีความเห็น ยิ่งศาลใกล้จะตัดสินแล้วต้องรอฟังศาล เมื่อถามว่า ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการระบุว่าเริ่มนับวาระการดํารงตําแหน่งนายกฯเมื่อใดหรือไม่ หรือระบุเพียงแค่ว่าหลุดพ้นจากตําแหน่งนายกฯหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นไปได้ทุกทาง อย่าคาดเดาเลยดีกว่า

เมื่อถามว่าการประชุม ครม.พูดถึงเรื่องการพิจารณาวาระดำรงตําแหน่งของนายกฯหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีการพูดถึง เมื่อถามว่ามีโอกาสที่ผลการพิจารณาของศาลจะออกมาวันที่ 14 กันยายนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่โดยปกติจะมีการนัดมาฟังการพิจารณาล่วงหน้าก่อน 1 วัน แต่ตอบไม่ถูกเพราะในอดีตเคยมีมาทุกรูปแบบ

พท.จวกคำชี้แจงตู่ไม่เคารพ กม.

น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างการพิจารณาวาระครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นประเด็นที่ภาคประชาสังคมให้ความสนใจมากว่า สุดท้ายแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาเช่นไร จะให้กลับมาทำหน้าที่ต่อหรือไปแล้วไปลับ ขณะเดียวกันหนังสือชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญเห็นชัดว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด การที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า “ข้าพเจ้าจะดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นระยะเวลาเท่าไร ตราบใดที่ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตนในลักษณะที่เป็นเหตุให้เสียหายต่อประโยชน์ของประเทศ ประโยชน์สาธารณะของประชาชน แล้วระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯของข้าพเจ้าไม่ได้ขัดต่อหลักมาตรฐานสากล และเจตนารมณ์ของบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ 2560 แต่อย่างใด” การเขียนเช่นนี้คือการแสดงตัวตนอย่างชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เคารพหลักการแห่งกฎหมาย และไม่ให้ความสำคัญกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตรองประธาน กรธ. นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และบรรดานักกฎหมายที่ได้ดิบได้ดีจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงออกถึงการออกมาอุ้ม พล.อ.ประยุทธ์ ชี้นำสังคม ชี้นำศาลว่า ต้องนับหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีผลบังคับใช้ไม่ให้นับย้อนหลังไปจนถึงปี 2557 เพื่อตอบแทน พล.อ.ประยุทธ์ อุ้มให้มีตำแหน่งทางการเมือง

ศาล รธน.ถกวาระ 8 ปี ‘บิ๊กตู่’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 14 กันยายน จะเริ่มเวลา 10.00 น. โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมประจำสัปดาห์ตามปกติ มีวาระที่น่าสนใจและเป็นประเด็นที่สังคมจับตาเป็นพิเศษ คือ คำร้องของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าสิ้นสุดลงของตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกร้อง รวมทั้งเอกสารความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาฯ กรธ. และสำเนาบันทึกการประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 501 ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว

ลุ้น 28-29 ก.ย.วันตัดสินคดี

ทั้งนี้ ที่ประชุมจะหารือเพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณาคดีว่าควรอย่างไร โดยจะพิจารณาจากเอกสาร พยานหลักฐานต่างๆ ว่าสิ้นข้อสงสัยแล้วหรือไม่ หากพิจารณาแล้วยังมีไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ ทางศาลจะมีคำสั่งให้แสวงหาพยานเพิ่มเติมหรือให้หน่วยงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งหากพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานจากเอกสารมีน้ำหนักไม่เพียงพอเพื่อให้เกิดความชัดเจนอาจกำหนดให้มีการออกนั่งบัลลังก์ เรียกฝ่ายผู้ร้อง ผู้ถูกร้องหรือพยานที่ศาลเห็นสมควรมาไต่สวนเพิ่มเติมได้ แต่หากพิจารณาจากเอกสาร พยานหลักฐานที่ได้รับมาแล้วครบถ้วน สิ้นข้อสงสัย ทางคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะกำหนดวันนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังได้

สำหรับการประชุมวันที่ 14 กันยายน ศาลจะพิจารณาว่าข้อมูลและหลักฐานเพียงพอแล้วหรือไม่ โดยจะกำหนดประเด็นที่จะวินิจฉัยตามคำร้อง และกำหนดวันที่จะวินิจฉัย แล้วให้ฝ่ายเลขาฯนัดผู้ร้อง คือ ผู้นำฝ่ายค้าน และผู้ถูกร้อง คือนายกฯ หรือจะมอบอำนาจให้ผู้แทนมาฟังคำวินิจฉัยในวันดังกล่าว โดยคาดว่าศาลจะลงมติและอ่านคำวินิจฉัยกลางในช่วงวันที่ 28 หรือ 29 กันยายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) เบื้องต้นสำนักงานคงมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติคือไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณพื้นที่หวงห้าม เหมือนเช่นทุกครั้งที่มีการพิจารณาคดีและอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนสื่อมวลชนหากเข้าพื้นที่ต้องแลกบัตรที่แสดงหลักฐานการเป็นสื่อมวลชนต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง