หน้าแรก การเมือง ทูตรัศม์ บอกไ...

ทูตรัศม์ บอกไม่อยากเชื่อ แต่ต้องยอมรับ รัสเซียแพ้แล้วโดยปริยาย เหลือแต่อาวุธนิวเคลียร์

14.09.22 | 18:22 น.

ทูตรัศม์ บอกไม่อยากเชื่อ แต่ต้องยอมรับ รัสเซียแพ้แล้วโดยปริยาย เหลือแต่อาวุธนิวเคลียร์


เมื่อวันที่ 14 กันายน  นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย เจ้าของเพจทูตนอกแถว เขียนบทความเรื่องทางสองแพร่งของรัสเซีย โดยวิเคราะห์ว่า ในทางการทหารถือว่ารัสเซียแพ้แล้วโดยปริยาย โลกจะเปลี่ยนอีก จับตาท่าที่รัฐบาลไทย โดย ระบุว่า

เห็นข่าวจากหลายสำนักเรื่องการแตกพ่ายและเผ่นหนีจ้าละหวั่นของทหารรัสเซียในสงครามยูเครน ที่ตอนนี้ทำท่าว่ายูเครนอาจจะยึดไครเมียกลับคืนมาได้ด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่เมื่อหกเดือนก่อนไม่มีใครกล้าคาดคิด เพราะทุกคนล้วนประเมินสมรรถภาพกองทัพรัสเซียสูงเกินไป

ทว่าเมื่อเจอกับคนที่เขาพร้อมสู้ตายเพื่อปกป้องมาตุภูมิ พร้อมด้วยอาวุธอันสมัยของค่ายตะวันตก กองทัพรัสเซียที่ว่าแน่ก็จอดสนิท ไปต่อไม่ได้และถึงตอนนี้หลายฝ่ายก็ถือว่ารัสเซียเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปแล้วโดยปริยาย เพราะไม่สามารถบรรลุเป้าประสงค์การทำสงครามเพื่อยึดครองยูเครนได้

(สร้างความเจ็บปวดใจให้กับบรรดาแฟนๆปูตินทั้งหลายอย่างยิ่ง อิอิ)

Advertisement

และซึ่งจนบัดนี้ ปธน.ปูตินยังคงเก็บตัวเงียบไม่ออกมาพูดอะไรถึงข่าวการแตกพ่ายของกองทัพรัสเซียในยูเครน

อย่ากระนั้นเลย เรามามองข้ามชอตกันดีกว่า ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไป สิ่งหนึ่งที่จะตามมาแน่ๆคือความสั่นคลอนของอำนาจในตัว ปธน. ปูตินเอง ซึ่งผมหวังว่าปูตินและพวกพ้องจะหลุดจากอำนาจไปในที่สุด และหวังว่าประเทศรัสเซียจะมีโอกาสพัฒนาไปสู่ความเป็นสังคมอารยะและประชาธิปไตยแท้จริง รวมทั้งกลายเป็นประเทศพลังบวกที่ยิ่งใหญ่ของโลก ดังที่อดีต ปธน.กอร์บาชอฟผู้ล่วงลับได้เคยวาดฝันไว้

อย่างไรก็ตามแม้ว่ากระแสการคัดค้าน ไม่พอใจผู้บริหารประเทศในรัสเซียจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลกลับคือเสียงที่มาจากกลุ่มขวาจัดนิยมความรุนแรงที่เคยสนับสนุนรัฐบาล แต่ขณะนี้เกิดความไม่พอใจจากความพ่ายแพ้ในยูเครน และได้ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อเข่นฆ่าชาวยูเครนโดยไม่ต้องมีความปรานีใดๆในการเอาชนะสงครามนี้ให้จงได้

ที่นักวิเคราะห์เป็นกังวลคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มีความละม้ายกับสภาพสังคมเยอรมันนีช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่เยอรมันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และมีส่วนทำให้กลุ่มขวาจัดนิยมความรุนแรงคลั่งชาติได้แก่พรรคนาซีสามารถขึ้นมามีอำนาจได้ ซึ่งได้สร้างหายนะอันใหญ่หลวงให้กับทั้งโลกในเวลาต่อมาไม่นาน

ตอนนี้รัสเซียจึงเปรียบเสมือนอยู่บนทางสองแพร่ง ถ้าได้เป็นประชาธิปไตยจริงก็จะเจริญรุ่งเรือง เป็นพลังบวกของโลกต่อไป แต่ถ้ากลุ่มขวาจัดนิยมความรุนแรงได้อำนาจเข้ามา ชะตากรรมของรัสเซียน่าจะยิ่งดำมืดดิ่งลงไปอีก

อย่างไรก็ตามในด้านอำนาจทางทหารของรัสเซียตอนนี้แทบไม่เหลืออะไรแล้ว กว่าจะกลับมาตามตะวันตกทันคงอีกนานและยากมากเพราะมาตรการคว่ำบาตรทำให้รัสเซียไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัยได้ จะมีเหลือก็แต่อาวุธนิวเคลียร์ ที่ถ้าใช้เมื่อไหร่คนที่จะพินาศมากที่สุดคงไม่พ้นรัสเซียเอง

โลกเรามันก็มีอะไรแปลกๆ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็น ก็ได้เห็นกัน เช่นความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของกองทัพรัสเซีย ใครจะคิดว่าการหมดสภาพความเป็นมหาอำนาจทางทหารของรัสเซียชนิดแทบชั่วข้ามคืนมันเกิดขึ้นได้ต่อหน้าต่อตาเรา

โลกมันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ว่าแต่ไทยพร้อมรับมือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ไหม หรือยังคงจะร่วมหัวจมท้ายกับเผด็จการทหารพม่าต่อ รวมทั้งที่ต้องบินไปคอยเอาใจรัฐบาลรัสเซียภายใต้ปูตินอยู่อีก

อะไรก็เกิดขึ้นได้ เรามาลุ้นกันครับ ระหว่างปูติน มิน อ่อง หล่าย กับลุงยามสมองยุงและพวกพ้อง ใครจะไปก่อนกัน