หน้าแรก การเมือง สนช.รับแล้ว! ...

สนช.รับแล้ว! หลักการร่าง พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ บางส่วนกังวล สุดโต่งเกินไป

11.11.16 | 16:03 น.

ที่ประชุม สนช. รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ สมาชิกจี้หามาตรการเยียวยาชาวไร่ยาสูบ-ผู้ค้าบุหรี่รายย่อย


เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. …ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนผู้ไม่สูบบุหรี่ยังไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ดังนั้น จึงสมควรปรับปรุงกฎหมาย และยกระดับการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้สอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาดังกล่าว

ทั้งนี้ มีสมาชิก สนช.อภิปรายจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับที่จะเพิ่มอายุของเยาวชนที่จะเข้าถึงบุหรี่จาก 18 ปี เป็น 20 ปี แต่สนช.บางส่วนก็อภิปรายแสดงความเป็นห่วงความสุดโต่งของบทบัญญัติของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ที่อาจส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบ โดย พล.อ.ดนัย มีชูเวท สนช. อภิปรายถามหามาตรการรองรับชาวไร่ยาสูบอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยได้เสนอให้จัดเป็นกองทุนหรือเงินทุนที่เยียวยาชาวไร่ยาสูบ หรือหาวิธีส่งเสริมให้ชาวไร่ยาสูบปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกับยาสูบด้วย ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. ได้เสนอให้มีการศึกษามาตรการเยียวยาให้กับผู้ค้ายาสูบรายย่อย รวมทั้งผู้ผลิตยาเส้น ยามวน จะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหนในร่างกฎหมายดังกล่าว

ด้าน นพ.ปิยะสกลชี้แจงว่า กฎหมายดังกล่าวมุ่งหวังเพื่อให้การคุ้มครองเด็กและเยาวชนเพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้น แต่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการยาสูบ ทั้งร้านค้าปลีกแบ่งขายมวน ผู้เพาะปลูก โดยเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการสำรวจพบว่าจะมีผลกระทบจำนวน 170,000 ไร่ หรือ 40,000 ครอบครัว ซึ่งก็ได้กำหนดมาตรการเยียวยาไว้แล้ว ขณะที่ นพ.สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า สำหรับผลกระทบต่อผู้ประกอบการ อย่างกรณีเกษตรกรไร่ยาสูบ ครม.ได้ตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรฯเพื่อหามาตรการเยียวยา ทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว ทั้งนี้ จากสถิติจำนวนผู้สูบบุหรี่จะลดลงไม่มากนัก โดยลดลงช้า โอกาสที่จะส่งผลกระทบจะค่อยเป็นค่อยไปไม่ฮวบฮาบ โดยเลวร้ายสุดจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีมาตรการต่างๆ เช่น กองทุนเยียวยา การส่งเสริมปลูกพืชทดแทน โดยใช้งบประมาณไม่มาก ประมาณ 90 ล้านบาท

Advertisement

ด้าน นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า การร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นกฎหมายสุดโต่ง แต่เป็นไปตามกรอบอนุสัญญาฯทุกประการ และเราไม่ได้ร่างเข้มงวดไปจากกรอบ ส่วนข้อเสนอที่ควรให้ตัวแทนชาวไร่ยาสูบร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบด้วยนั้นถือว่าขัดต่อกรอบอนุสัญญา เนื่องจากเป็นผู้ผลิต สำหรับผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบนั้นถือว่ากระทบน้อยมาก เนื่องจากยาสูบที่บริโภคปัจจุบันนำเข้าจากต่างประเทศส่วนใหญ่ซึ่งก็ไม่ได้ลดลงมากนัก ส่วนผู้ค้าปลีกก็ส่งผลกระทบน้อยมาก

ที่สุดสมาชิก สนช.จะลงมติรับหลักการด้วยคะแนน 159 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวจำนวน 21 คน โดยมีเวลาแปรญัตติ 15 วัน และระยะเวลาการทำงานทั้งหมด 60 วัน