ความหมาย แท้จริง จากคำสั่ง ‘24 สิงหาคม’ บทบาท ‘ประยุทธ์’

17.09.22 | 11:30 น.

แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะกำหนดวันที่ 30 กันยายน เป็นวันอ่าน “คำวินิจฉัย” ในกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ท่าทีของ “สังคม” กลับ “นิ่ง” เฉย

มีการวิเคราะห์และประเมินของบรรดา “คอมเมนเตเตอร์” ดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็น “กองเชียร์” ไม่ว่าจะเป็น “กองแช่ง”

แต่ก็ดำเนินไปอย่าง “เย็นชา”

ตรงกันข้าม สังคมตื่นเต้นกับแต่ละจังหวะก้าวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น
ที่ลาดกระบัง ไม่ว่าจะเป็นที่ตาก

Advertisement

และรอคอยการไปเยือนนราธิวาส

การเคลื่อนไหวของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้รับความสนใจมากขึ้น เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ในฐานะเป็น “ทางเลือก” ทาง “การเมือง”

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผลสะเทือนจาก “คำสั่ง” คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ทรงความหมาย

แม้จะเป็นสถานการณ์ “ชั่วคราว”

ต้องยอมรับว่า บทบาทและการเคลื่อนไหวต่อเนื่องของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่งแรงสะเทือนเป็นอย่างสูง

ทั้งต่อ “ตนเอง” และต่อ “คนอื่น”

ผลโดยตรงก็คือ เกิดภาพเปรียบเทียบอย่างแหลมคมระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าจะต้องการ หรือไม่ต้องการ

ยืนยันให้สัมผัสได้ถึง “ขุมกำลัง” 2 ขุมกำลัง ที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ยืนยัน 2 ขุมกำลัง กำลังต่อสู้กัน

ความเฉยเมยต่อชะตากรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีรากฐานมาจากบทสรุปร่วมในทางสังคมที่สำคัญ

นั่นก็คือ มัน “จบ” ไปแล้ว

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถ “ไปต่อ” ได้ แต่ปราการสำคัญที่จะต้องเผชิญก็คือ การ
เลือกตั้ง

ถึงอย่างไรก็ต้องเลือกตั้งในต้นปี 2566

คำวินิจฉัยอย่างแท้จริงจึงอยู่ที่ “การเลือกตั้ง” เพราะความจำเป็นเฉพาะหน้าก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปไม่ได้แล้ว

8 ปีในฐานะ “นายกรัฐมนตรี” คือ “คำคอบ”

ทั้งที่เป็นคำตอบของ “เวลา” และคำตอบว่าภายในเวลา 8 ปีนั้นเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว

ชัดเจนว่าเป็นความล้มเหลว

บทสรุปทางการเมืองสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมีเส้นแบ่งอย่างสำคัญจากคำสั่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม

เป็น “เส้นแบ่ง” ยืนยัน “บทจบ”

เพียงแต่ว่าจะจบอย่างไร จะขีดเส้นในวันไหน และภายหลังการจบจะมีผลลัพธ์ตามมาในทางการเมืองอย่างไร

ตรงนี้ต่างหากคือคำถามที่ทวีความแหลมคม