เมื่อเอ่ยชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมา “ผู้คน”จะบังเกิดภาพในเชิง”นัยประหวัด” ถึงใคร
นั่นก็แล้วแต่ “พื้นที่” ของการเอ่ย
หากมองในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ หลายคนอาจนึกเปรียบ
เทียบกับ ร็อดริก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์
เป็นการนึกจาก “ปาก”
เพราะว่าที่ติดปากของดูแตร์เตไม่ว่ากล่าวปราศรัย ไม่ว่าให้สัมภาษณ์ คือคำด่า
โดยเฉพาะ “ไอ้ลูก KAREE”
แต่กล่าวสำหรับสังคมการเมืองของไทย หลายคนก็อาจจะคิดถึง สมัคร สุนทรเวช
เพราะดุเดือด ร้อนแรงปาน-ปานกัน
กระนั้น ก็มีจำนวนไม่น้อยนำไปเปรียบมวยคู่กับ ทักษิณ ชินวัตร
“ยูเอ็น ไม่ใช่พ่อ”
นักวิเคราะห์หลายคนประเมินและสรุปว่า ท่วงทำนองของ โดนัลด์ ทรัมป์ เสมอเป็นเพียง “จุดขาย”
เพราะว่าทรัมป์เป็น “นักการตลาด”
ไม่เพียงประสบความสำเร็จจากธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์” หากยังโด่งดังในฐานะ “พิธีกร”
จึงเข้าใจ “ตลาด” เข้าใจ”มวลชน”
จึงรู้ว่าจะ “เปิดตัว” สินค้าอย่างไรจึงจะได้รับความสนใจ ชิงการนำใน “ตลาด”ได้
ทั้งมิใช่ตลาด”ปัญญาชน” มิใช่ตลาด”ระดับบน”
ตรงกันข้าม ตลาดที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสนใจเป็นอย่างสูง คือตลาด “ระดับล่าง”
หากเป็นในสังคมไทยก็เรียกกันว่า “รากหญ้า”
คุ้น-คุ้นหรือไม่ หากนำมาวางเรียงเคียงกับการเปิดตัวทางการเมืองของพรรคบางพรรค
นั่นก็คือ พรรคของ”คนหน้าเหลี่ยม”
ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับ ทักษิณ ชินวัตร มี “จุดร่วม”อย่างสำคัญ 2 จุด
1 เป็นนักธุรกิจ และ 1 เป็นคนเข้าใจ”ตลาด”
เพียงแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างตัวมาจาก”อสังหาริมทรัพย์” เพียงแต่ ทักษิณ ชินวัตร สร้างตัวมาจาก “สื่อสาร โทรคมนาคม”
แต่ก็ทะยานสู่ระดับ”พันล้าน”เหมือนกัน
เมื่อตัดสินใจเข้าสู่ “การเมือง” จึงนำความจัดเจนทาง”ธุรกิจ”มาประยุกต์ใช้
เจาะทะลวง “การตลาด” อย่างทะลุ ปรุใส
เพียงตั้งพรรคไทยรักไทยในปี 2542 ในปี 2544 ก็กำชัยเหนือพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งมาเมื่อปี 2489
“ทักษิณ”เป็นอย่างนี้ “ทรัมพ์”ก็เป็นอย่างนี้

