หมายเหตุ – ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดทำเป็นกฎหมายต่อไป
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
1.เพื่อให้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …(ฉบับผ่านประชามติ) มาตรา 219 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นใช้บังคับแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง และหัวหน้าหน่วยธุรการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อรักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ เพื่อให้ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคง เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม ตลอดจนเป็นที่เชื่อถือและยอมรับของประชาชน โดยอย่างน้อยให้อยู่ภายใต้หลักการสำคัญ 7 ประการ คือ
(1) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นแบบอย่างที่จะไม่กระทำการใดอันเป็นประโยชน์ส่วนตน
(2) ให้ทำงานอย่างเป็นระบบมีความสัมพันธ์ประสานเชื่อมโยงกันระหว่างความเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยกัน
(3) การบริหารงานในองค์กรให้รับผิดชอบต่อการทำงานร่วมกัน และไม่ควรแบ่งความรับผิดชอบเป็นส่วนๆ
(4) ให้สร้างวัฒนธรรมองค์กรต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งร่วมกัน
(5) ไม่กระทำการใด อันอาจทำให้ประชาชนขาดความศรัทธา อันอาจนำไปสู่ความไม่เชื่อถือต่อการเลือกตั้ง
(6) ให้มีการใช้งบประมาณด้วยความประหยัดและจำเป็น
(7) การสับเปลี่ยนตำแหน่งประธานหรือกรรมการ โดยมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เป็นการกระทำอันไม่สมควร หากฝ่าฝืนให้พ้นจากตำแหน่ง
2.อำนาจหน้าที่
ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.1 การกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …(ฉบับผ่านประชามติ) มาตรา 114 (1)-(4) ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งมีความชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ ดังนี้
(1) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดหรือดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ
(2) ให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบถึงการกระทำความผิด
ดังกล่าวทันทีเช่นกัน โดยให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายใน 15 วัน
และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรวบรวมพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมายนี้
(3) ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้โดยประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เข้าชื่อเกินกว่า 300 คน ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในกรณีที่ไม่มีความเป็นกลาง หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่
(4) ให้กรรมการการเลือกตั้งยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ทุกครั้งที่เข้ารับตำแหน่งทุกสามปีที่อยู่ในตำแหน่ง และเมื่อพ้นจากตำแหน่ง
(5) ให้มีกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องทำคำวินิจฉัยส่วนบุคคล และต้องเปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนบุคคล
ดังกล่าวต่อสาธารณะ
2.2 กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …(ฉบับผ่านประชามติ) มาตรา 224 (5) ดังนี้
(1) ให้มีบทบัญญัติของกฎหมายเพื่อรองรับการจัดตั้งกลุ่มบุคคล เพื่อดำเนินกิจกรรมและมีหน้าที่ในการสอดส่อง ป้องกัน และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยให้มีงบประมาณใช้จ่ายโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(2) กลุ่มบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมและมีหน้าที่ในการสอดส่อง ป้องกันและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมอาจได้รับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนด้วยก็ได้ โดยภาคเอกชนที่ให้เงินสนับสนุนสามารถนำเงินสนับสนุนนี้ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ จำนวนเงินในการให้การสนับสนุนข้างต้นให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
(3) การกำหนดให้ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง
ในทุกระดับต้องแสดงความจำนงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อแสดงตนและแนะนำตนต่อสาธารณะก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปีนั้น ไม่นำมาใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายหลังที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ
(4) กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองร่วมป้องกันมิให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สนับสนุนไปกระทำความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
หากปรากฏว่ามีเหตุแห่งการกระทำความผิดเกิดขึ้นและได้รับแจ้งโดยมีข้อมูลหลักฐานแล้ว หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพิกเฉยหรือรู้เห็นเป็นใจในการ
กระทำความผิด หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที และแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับทราบในทุกๆ กรณี
(5) ให้พรรคการเมืองมีหนังสือยืนยันความเป็นสมาชิกเดิมของพรรคการเมืองนั้นๆ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดเก็บเป็นข้อมูลไว้ และเมื่อสมาชิกพรรคการเมืองมีการชำระค่าธรรมเนียมรายปี ให้พรรคการเมืองมีหน้าที่ทำหนังสือแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ เพื่อจัดเก็บบันทึกไว้เป็นข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไว้ด้วย
(6) ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ด้วยระบบฐานข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอย่างอื่นอย่างสะดวกและรวดเร็ว
บทกำหนดโทษ
1.บทลงโทษในทางการเมือง
1.1 ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง เมื่อถูกกล่าวหาและมีมูลว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
1.2 ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 5-10 ปี เมื่อมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง
1.3 ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งตลอดชีพ เมื่อมีการกระทำความผิดขั้นรุนแรง
1.4 ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งชั่วคราว เพื่อป้องกันมิให้กระทำความผิดในระหว่างเวลาเลือกตั้ง
2.การแจ้งรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองอันเป็นเท็จ ของหัวหน้าพรรคการเมืองหรือนายทะเบียนพรรคการเมือง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความผิดข้อหาแจ้งความเท็จและต้องถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองมีกำหนดเวลา 10 ปี
3.การขัดคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้อายัดเงินที่อาจนำไปใช้ผิดไปจากกฎหมายหรือผิดไปจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่ง
ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
4.การขัดคำสั่งหรือฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามกฎหมายนี้ ให้มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท
บทเฉพาะกาล
1.ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งปัจจุบันจำนวนห้าคน ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศใช้บังคับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … มาตรา 273
2.เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศใช้บังคับแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ต้องมีคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … มาตรา 222 ประกอบมาตรา 232 และมาตรา 216 ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป ให้มีวาระ 7 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 273
3.ให้ดำเนินการสรรหาให้ได้กรรมการการเลือกตั้งครบเจ็ดคน ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ โดยกรรมการการเลือกตั้งที่เข้ามาใหม่ให้มีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … มาตรา 217 และมาตรา 223
4.ในระหว่างสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ครบเจ็ดคน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งที่มีอยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญนี้

