อานนท์ นำภา เลือกตั้งต้นปี’66 ในสายตาแกนนำกลุ่มราษฎร

21.09.22 | 10:02 น.

… อานนท์ นำภา ทนายความ และนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยวัย 38 ปี มีบทบาทในการเมืองภาคประชาชนมาตลอดห้วงเวลาหลังรัฐประหาร 2557 มาจนกระทั่งเวลานี้ ทำให้ถูกดำเนินคดีมาเป็นระยะ ในโอกาสที่ประเทศไทยเข้าสู่ห้วงเวลา 180 วัน ก่อนสิ้นวาระของสภา และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในขั้วอำนาจ ซึ่งหมายถึงการเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองเท่านั้น “มติชน” สัมภาษณ์พิเศษทนายอานนท์ เพื่อให้เห็นมุมมองและความคาดหวังต่อการเลือกตั้งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปัจจุบัน …

• มุมมองต่อการเลือกตั้งต้นปี 2565

ถ้าประชาธิปไตยคือการคว้าแชมป์นะ ผมคิดว่าการเลือกตั้งต้นปีหน้า มันเป็นแค่รอบคัดเลือก มันยังไม่ใช่รอบชิง เอาจริงๆ ผมคิดว่าในเชิงคนรุ่นใหม่ จำนวนมันยังไม่พอ จะเรียกว่ายังไง กระแสน้ำความหลากของคนรุ่นใหม่ มันยังไม่มากพอ เมื่อเทียบกับคนรุ่นเก่าที่ยังอยู่ อันนี้ผมหมายถึงความคิดนะ ความคิดเก่าๆ ที่ยังอยู่ เราอาจทำได้แค่แบ่งขาว แบ่งดำ แล้วก็ทำได้เท่าที่ทำได้ แต่เลือกตั้งครั้งหน้าและถัดไปอีก 4 ปี อันนี้คือจุดแตกหักแล้ว

เราต่อสู้มาเกือบ 10 ปีเนี่ย ทำให้เจเนอเรชั่นในความหมายถึงจำนวนคนมันเยอะขึ้น  เยอะขึ้นในความหมายที่ว่า คนอายุ 18 ปี มันค่อยๆ โตไป มีสิทธิเลือกตั้งใช่ไหมครับ ขณะเดียวกันคนเก่าๆ ที่มีความคิดเก่าๆ ก็ล้มหายตายจากไป หรือเปลี่ยนความคิดมาเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แน่นอนมันไม่ได้มากขนาด
90 ต่อ 10 หรือ 80 ต่อ 20 แต่โดยเจเนอเรชั่นของเรามันจะเขยิบ บีบไปเรื่อยๆๆ คือ อีก 8 ปีชนะแน่ หรือ
4 ปีข้างหน้าก็ยังมีลุ้น ปีหน้าก็อาจจะเป็นแค่รอบคัดเลือก

• มองปรากฏการณ์แฟนคลับพรรคฝ่ายค้านทะเลาะกันแรงยิ่งกว่าวิจารณ์รัฐบาลซะอีกยังไง

Advertisement

ผมว่ามันเป็นเรื่องปกตินะจริงๆ เรื่องปกติ คนเรามันต้องมีพรรคที่ชอบใช่ไหมครับ จริงๆ มันมีพรรคที่ควร
จะเกลียด แต่เราก็ไม่ได้เกลียดเท่าที่ควรนะ (หัวเราะ) น่าเสียดาย คือมันเป็นเรื่องการเลือกตั้งนะครับ ต่อไปนี้ถ้ามันมีบัตรสองใบแบบนี้โอเคและ แต่ละพรรคมันก็มีคะแนนเสียงที่ชัดเจน ปาร์ตี้ลิสต์เนี่ย ชัดเจนแน่ ส่วน ส.ส.เขต ก็ไปแข่งกัน มันอาจจะมีเรื่องประชาธิปไตยสู้กันเอง แล้วทำให้เผด็จการได้คะแนนมากขึ้น เช่นที่ร้อยเอ็ดบ้านผม สมมุติเพื่อไทยได้ 30 ก้าวไกลได้ 30 แต่ว่า พรรคฝั่งอำนาจเก่าได้ 40 อย่างนี้ คือ 30 บวก 30 ถ้าเอามารวมกันมันได้ 60 ชนะแน่ แต่พอแบ่งกันคนละครึ่ง พรรคที่ได้ 40 กลับชนะได้ 1 ที่นั่ง แบบนี้ ก็ต้องยอมรับในกติกานี้นะ แต่ละคนที่หาเสียงก็ต้องพยายามคำนวณตัวเลขพวกนี้ออกมาให้ดี แต่ผมคิดว่าความที่มันไม้ได้ถึงขนาดจับมือกัน จับมือเป็นเพื่อน หรือสนิทกัน หรือเป็นพรรคเดียวกัน มันก็เป็นความงดงามของประชาธิปไตยนะ

2 พรรคนี้มันแข่งกันเรื่องนโยบาย นั่นคือสิ่งที่เราได้แน่นอน มันจะเบียดเสียดแข่งกันเรื่องนโยบาย แข่งกันเรื่องคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง มันเหมือนกับยี่ห้อมือถือ ผู้ให้บริการมือถือ คือถ้ามันมีเยอะมันก็แข่งกันใช่ไหม
โปรโมชั่นโน่นนี่ แต่ถ้ามันมีทางเลือกเดียวสมมุติเอาพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลมารวมกัน เป็นพรรค “ก้าวไทย” อย่างนี้ นโยบายมันก็จะหดแห้ง มันไม่มีการแข่งขัน แต่พอมันมีแยกเป็นสองพรรค หรือมากกว่าสองพรรค รวมถึงเสรีรวมไทยอะไรแบบนี้ มันทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น ที่สำคัญคือเราจะมีนโยบายที่หลากหลายมากขึ้น

• หวังกับการเลือกตั้งครั้งหน้ามากแค่ไหน 

เอาจริง…ผมโคตรหวังเลยนะ โคตรหวังเลย โคตรหวัง เพราะว่าถ้าการเมืองไทยมันไม่เปลี่ยนแปลงในเส้นทางของสภาเนี่ย มันก็จะบีบบังคับให้คนลงถนน ซึ่งความบาดเจ็บความสูญเสียเนี่ย คือไม่ต้องไปพูดบาดเจ็บล้มตายนะ แค่เรื่องติดคุก โดนคดีหรือเรื่องอะไรพวกนี้มันมากกว่า แต่ถ้าเราเปลี่ยนแปลงสังคมโดยสงบสันติผ่านทางสภาเนี่ย มันจะราบรื่นกว่า ดังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องรักษาไว้ซึ่งรัฐสภา ให้มันเป็นที่พึ่งของเรา เราด่าได้ เราวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เราต้องรักษาไว้

ในขณะเดียวกัน การเมืองนอกสภาก็ต้องเข้มแข็งด้วย ถ้าการเมืองนอกสภาไม่เข้มแข็งเนี่ย สภามันก็จะลดลง เพดานการอภิปรายมันก็จะลดลง ต้องให้มันขยับ เปลี่ยนแปลงไปได้พร้อมๆ กัน

• กังวลเรื่องกติกาเลือกตั้งใหม่ไหม ฝ่ายประชาธิปไตยอาจจะแพ้ในเกมนี้  

มันเหมือนการชกมวยนะ ถ้าคะแนนสูสีกัน กรรมการอาจจะเข้าข้างเขา อันนี้มันเป็นไปได้ ปีหน้าอาจจะ
สูสีกัน แบบที่ผมบอก แต่อีก 4 ปี มันไม่สูสีแล้ว อีก 8 ปี ชนะน็อกแน่นอน ไม่เกินนี้ 4 ปีชนะคะแนน อีก 8 ปี ชนะน็อก ครับ

• ฝากอะไรกับพรรคการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลประยุทธ์ ในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า 

ผมคิดว่าจุดชี้วัดของคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า จำนวนนึงอยู่ที่คนรุ่นใหม่ ผมอยากให้นักการเมืองหรือพรรคการเมืองต่างๆ ช่วยซื้อ ซื้อไอเดีย ซื้อความคิด ซื้อความฝันของคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น แล้วก็นำเสนอไอเดีย ความฝัน ความหวังของคนรุ่นใหม่ คุณได้คะแนนไปแน่

พรรคการเมืองหลายพรรค อย่าคิดว่ามีคนรุ่นใหม่เชื่อแล้วไม่มีนโยบายอะไรใหม่ที่มาสอดคล้อง จะบอกว่า

มันไม่มีอะไรเป็นของตายกันหรอก แต่คนรุ่นใหม่มีความต้องการที่จะเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายสอดคล้องกับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

คุณเชื่อไหม คนที่เลือกตั้งครั้งแรก แม่งโคตรตื่นเต้นเลยนะ ณ วันนี้ ปีหน้า ถ้ามีการเลือกตั้ง เราจะมี
เด็ก ม.ปลายของปี’63 ซึ่งมันไปชู 3 นิ้ว เลือกตั้งเป็นครั้งแรก เฮ้ย … น่าตื่นเต้นนะ พวกที่เรียนมหาวิทยาลัยและจบเมื่อปี 2563 ผ่านมา 2 ปี มันมีอายุ 25 ปี เราจะเห็นคนพวกนี้ไปลงเลือกตั้ง คือโดยเกณฑ์อายุ มันขยับขึ้น เราเห็นนักข่าวหนุ่มๆ ตอนนั้นเป็นเด็กฝึกงาน ตอนนี้เป็นนักข่าว อีก 5 ปีเป็น บก. คือเจเนอเรชั่นเรามันขยับขึ้นแบบนี้ เขยิบแบบ… อนุรักษนิยม เมิงตกใจแน่ๆ

• คิดว่าปลายปีนี้ หรือช่วงประชุมเอเปค จะมีม็อบไหม 

โอ้ย ก่อนเอเปคก็มีแล้ว เชื่อผมเถอะ เอเปคมันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วคือม็อบไปประท้วง ห้ามไม่ได้หรอก และสิ่งที่มันต้องเป็นไป อย่างเรื่องนักโทษการเมือง ถ้ายังไม่มีการปล่อยนักโทษคดีจากการเมือง มันต้องมีการชุมนุมให้ปล่อยนักโทษการเมืองแน่ๆ ผมคิดว่าหลัง
เอเปคไป บรรยากาศการเลือกตั้งก็จะมาอย่างเต็มพื้นที่แล้ว หรือว่าการชูนโยบายหาเสียงก็จะชัดเจนขึ้น บรรยากาศจะไปทางนั้นมากกว่า

• เห็นมีนักกิจกรรมการเมืองตัดพ้อว่าคนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยสนใจการเมืองแบบปี’63

มันเป็นจังหวะ มันเป็นจังหวะ …(คิดแป๊บนึง) เอาง่ายๆ ผมคิดว่า…หยิบมือถือขึ้นมาดูก็ได้ การใช้เฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์มันลดลงหรือเปล่า มันไม่ลดลงหรอก

คือการเมืองมันมีหลายอย่าง การแสดงออกทางการเมืองมันมีหลายอย่าง คุณแสดงออกผ่านการเลือกตั้งก็เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง คุณลงท้องถนนก็เป็นการแสดงออกแบบหนึ่ง คุณด่ากัน ถกเถียงกันในเฟซบุ๊กจะเป็นจะตาย ก็เป็นการแสดงออกแบบหนึ่ง ดังนั้นการแสดงออกทางการเมืองมันไม่ได้ลดลง มันอยู่ที่จังหวะ จังหวะที่คุณต้องออกไปเลือกตั้งคุณก็ออกไป จังหวะที่ออกมาชุมนุม คุณก็ออกมา ช่วงที่ไม่มีการชุมนุม ไม่มีการเลือกตั้ง เราก็มาด่ากันเองในโซเชียล ด่ารัฐบาล ด่าทุกอย่าง คือการเมืองมันไม่นิ่ง มันไม่มีใคร…(หยุดคิด…) เขาเรียกว่าอะไรล่ะ คือไม่มีใครหมดหวังกับการเมือง ไม่มี… ตอนนี้เขาเตรียมไปซื้อปากกา เพื่อเอาไปเลือกตั้งแล้วอ่ะ คือตอนชุมนุม เขาไปซื้อรองเท้าผ้าใบ นึกออกไหม เราเคยซื้อรองเท้าเตรียมไว้ แต่ตอนนี้เราก็เตรียมพร้อมอีกแบบหนึ่ง เรื่องพวกนี้มันเป็นจังหวะเวลาจริงๆ