หน้าแรก การเมือง คุยการเมืองกั...

คุยการเมืองกับ”แพทองธาร” หัวเรือนำเพื่อไทยสู้รบ ปักธง แลนด์สไลด์ 16 ปี …เปลี่ยนได้แล้ว

21.09.22 | 23:41 น.

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย (พท.) และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรคพท.ไปสู่เป้าหมาย ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ รวมทั้งความพร้อมหากได้รับการเสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพท.

  • ความชัดเจนในการเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย(พท.)

เหตุผลที่พรรค พท. ยังไม่ประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า พรรคอาจจะดูว่าจะเสนอทั้งหมดกี่ชื่อกันแน่ และอยากรอให้มีการเลือกตั้งก่อนแล้วจึงค่อยมีการประกาศรายชื่อ ส่วนข้อดีและข้อเสียของการประกาศชื่อแคนดิเดตช้าและเร็วนั้น หากประกาศช้าก็จะตื่นเต้น เพราะจะได้มีการค่อยๆ เดากันไปว่าจะมีชื่อหรือไม่มีชื่อใคร และพรรคจะได้มีโอกาสคิดเพิ่มว่าใครเหมาะสมที่สุด เพราะการเมืองสามารถเปลี่ยนได้ โดยที่คาดเดาไม่ได้ในหลายๆ อย่าง เห็นด้วยกับการที่พรรคยังไม่เปิดชื่อตอนนี้ เพราะสุดท้ายแล้วอาจจะมีคนที่ดีมากมาแซงทางโค้งก็ได้

จากที่หลายคนมองว่าจะเป็นชื่อของอิ๊ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท. และนักธุรกิจอีกหนึ่งคนนั้น ขณะนี้ยังไม่ไฟนอล จะมีชื่อของอิ๊งหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ ส่วนความเป็นไปได้ว่าจะเป็นชื่อทั้ง 3 คนนี้มีมากน้อยแค่ไหนนั้น จะพูดแค่ในส่วนของชื่ออิ๊ง เพราะของคนอื่นไม่ทราบและไม่อยากตอบแทน ชื่อของอิ๊งมีความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ด้วยเหมือกัน

เหตุผลที่อาจจะไม่มีชื่อ อาจเป็นเพราะทำงานในพรรคไปสักพักแล้ว คนในพรรคเริ่มรู้สึกว่าในจุดนี้ไม่ใช่ คนนี้ทำงานไม่เป็นหรือไม่

แต่อิ๊งคิดว่าก็ไม่เป็นไร แม้อยู่ในจุดไหนก็ตาม ก็ยังอยากอยู่ในพรรค ยังอยากช่วยผลักดันเรื่องต่างๆ ในพรรค ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นแคนดิเดต ทุกวันนี้ที่ทำอยู่ ก็ทำเต็มที่ ก็ดูสถานการณ์ของประเทศด้วย สถานการณ์ของพรรคจริงๆ ก็ค่อนข้างเสถียรพอสมควร แต่ต้องดูของทั้งประเทศด้วยว่าจะเกิดอะไรต่อไป รวมวันที่ 30 กันยายนนี้ (ศาลจะนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีนายกฯ ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี หรือไม่) ก็เป็นเรื่องสนุกอีกเรื่อง ต้องรอดูกันต่อไป แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยต้องยอมรับอยู่แล้ว แต่คิดว่าความรู้สึกของประชาชนคนไทยน่าจะคิดคล้ายๆ กันเป็นส่วนใหญ่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่มา 8 ปีแล้ว และพล.อ.ประยุทธ์น่าจะเรียกตัวเองว่านายกฯ มา 8 ปีแล้ว

Advertisement
  • ถามว่าดีกว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร

ส่วนตัวมองว่าเรารับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนเรื่องอื่นรอให้คนอื่นมองดีกว่า เพราะจะเป็นการนั่งชมตัวเองไป แต่สิ่งที่คิดคือคิดว่าเปิดรับฟัง และมนุษย์ทุกคนมีข้อดีและข้อเสีย ก็เหมือนกัน ไม่ได้ต่างกัน ฉะนั้น การจะรับฟัง การคุยกัน การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของกันและกัน คิดว่าคือสังคมประชาธิปไตย คิดว่ามีส่วนนี้มากกว่า ส่วนหากมองอย่างมนุษย์คนหนึ่ง คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์มีข้อดีอย่างไร ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เหมือนเวลาที่เรามีเพื่อนหลายๆ คน เวลาเห็นพล.อ.ประยุทธ์เขาโหดขึ้นมา เรารู้สึกว่าน่ากลัว หรือเวลาโยนของขึ้นมาเราก็รู้สึกว่าเราไม่ถนัดที่จะคุยด้วย

  • หากพรรคพท.แลนด์สไลด์ กังวลหรือไม่ว่าจะจุดจบเหมือนนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และจะมีวิธีบริหารชัยชนะให้ยั่งยืนอย่างไร

มีความหวังว่ารัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว คงไม่สามารถพูดได้ว่ารัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น และคงไม่มีใครพูดได้ แต่ประชาชนเห็นแล้วว่ารัฐประหารสร้างผลเสีย ทำร้าย และชะลอประเทศไปมากน้อยแค่ไหน มีความหวังว่าประเทศจะไปต่อ และหวังว่ารัฐบาลจะแข็งแรงสามารถอยู่จนจบสมัย และแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างต่อเนื่องได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไปมากแล้ว 16 ปีตั้งแต่มีการรัฐประหาร มันต้องเปลี่ยนได้แล้ว

ส่วนวิธีที่จะบริหารชัยชนะให้ยั่งยืนนั้น ตอนนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปเยอะ รู้สึกว่าประชาชนอยากเห็นประเทศไปต่อ ประชาชนไม่อยากเห็นเกมการเมือง คงอยากเห็นรัฐบาลที่จะเข้ามาแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้น ให้ปัญหาปากท้องได้รับการแก้ไขจริงๆ อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมีเกมการเมืองมากเช่นนี้ ควรจะเป็น 4 ปีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ทำอะไรให้ประเทศได้บ้าง แล้วทำให้จบ เมื่อทำจบแล้วครบ 4 ปีก็ให้มีการเลือกตั้งใหม่ หากประชาชนเห็นว่าดีก็เลือกคนเดิมต่อ ซึ่งเป็นแฟร์เกม ต้องยอมรับและอยู่ในกฎกติกาให้ได้ ประเทศจึงไปต่อได้ ที่ประเทศอื่นๆ มีรัฐบาลใหม่ทุก 4 ปี เพราะเป็นไปตามกติกา เราคือคนที่แปลก ที่ทำให้มันจบตามกฎกติกาไม่ได้

ทั้งนี้ สิ่งที่พรรค พท.ต้องทำคือทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเราเป็นรัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาได้จริงๆ เพราะถ้าเอาใครมาแก้ปัญหาแล้วแก้ปัญหาไม่จบ รัฐบาลก็ไม่มั่นคงแล้ว ฉะนั้น นโยบายที่เราเสนอ เรามั่นใจว่าเราทำได้ แต่แน่นอนว่าทุกอย่างอาจจะแก้ไขได้ไม่เสร็จภายในปีแรก ถ้าปัญหานั้นยาวนาน ซึ่งต้องใช้เวลาและรัฐบาลที่เข้มแข็งพอที่จะอยู่จนจบและแก้ปัญหาส่วนมากของประเทศได้ ซึ่งเป็นภาพใหญ่ที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ประชาชนต้องร่วมมือในการเลือกรัฐบาลที่ตนเองไว้ใจ และให้เวลาในการแก้ไขปัญหา

  • การประกาศตั้งเป้ากวาด ส.ส. 250 คน แต่เสียงในสภาฯ อาจจะยังปริ่มน้ำสำหรับการเป็นฝ่ายบริหาร

ตั้งเป้าส.ส.มากกว่านั้นอยู่แล้ว เดินทางหาเสียงทั่วประเทศ ดังนั้นอยากแลนด์สไลด์ โดยเอานโยบายยื่นให้ประชาชน ให้ประชาชนชอบและซื้อนโยบายของพรรค ต้องการแก้ปัญหาให้ประเทศ เพราะประเทศต้องไปต่อได้แล้ว ไม่ใช่ชนะแบบกระปริบกระปรอย แล้วมาแพ้สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) พรรคพท.ต้องการเป็นคำตอบของภาพใหญ่ทั้งหมด การหาเสียงแลนด์สไลด์ ให้ผู้สมัครคุยกับประชาชนจริงๆ และเข้าไปดูปัญหาจริงๆ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาเราปรับตัวเยอะมาก เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นพรรคสมัยก่อน ตอนนี้มีพลังของคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่จะเข้ามาทำงานในพรรค เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนหลายช่วงอายุให้มากขึ้น

  • การทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกล(ก.ก.) และพรรคอื่น

อุดมการณ์และนโยบายของพรรคพท. เราให้ประชาชน ดังนั้นอิ๊งมองว่าคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันถึงจะทำงานด้วยกันได้ แต่ถ้าเขาไม่ได้ยึดเอาประชาชนเป็นหลักก็จะทำงานร่วมกันยาก ทั้งนี้ เราเปิดรับฝ่ายประชาธิปไตยสามารถทำงานร่วมกันได้ทุกพรรค โดยจะต้องมีอุดมการณ์เดียวกัน ซึ่งในรายละเอียดจะต้องมาพูดคุยกัน

  • ระหว่างหัวหน้าพรรค พท.กับหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แบบไหนมีศักดิ์ศรีหรือบารมีมากกว่ากัน

ในส่วนเนื้องาน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท. เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ จะรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในทางการเมืองอย่างละเอียด แต่ตนไม่สามารถตอบได้ละเอียดเท่า นพ.ชลน่าน แน่นอน ซึ่งในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะเน้นเข้าไปสื่อสารพูดคุยกับประชาชนในการหาเสียง และเข้าไปลดเส้นแบ่งระหว่างประชาชนกับพรรคการเมือง ให้เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมให้มากขึ้น ขณะที่หัวหน้าพรรคจะเข้าไปสื่อสารในทางพรรค และเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย หรือนโยบายต่างๆ เราทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว แต่การตั้งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยขึ้นมาเพื่ออยากจะแบ่งหน้าที่กัน

  • กังวลเกี่ยวกับกติกา เรื่องอภิหารทางกฎหมาย รวมทั้งเรื่องสองมาตรฐาน หรือไม่

คดีต่างๆ ที่ได้เจอก็จะเป็นคดีที่ถูกตั้งขึ้นมาหลังการรัฐประหาร ฉะนั้นค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ค่อยโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะตั้งคำถามครอบครัวของอิ๊ง อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องพิเศษมากที่มีองค์กรใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรา เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ชอบอยู่แล้ว เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เมื่อถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมก็ไม่สามารถรู้สึกโอเคได้ แค่หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก และหวังว่าทุกอย่างจะอยู่ในระบบและกติกา เพราะนี่คือก้าวแรกที่จะทำให้ประเทศเจริญ

สำหรับไอเดียในการแก้ปัญหาเรื่องนี้นั้น คิดว่าทุกอย่างต้องแฟร์เกม ทุกคนใช้กฎเดียวกัน ต้องทำให้เป็นกลางให้ได้ และต้องไม่มีการแทรกแซงเกิดขึ้น ทั้งนี้ ในทางกระบวนการ ตนยังต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายอีกเยอะว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อจะทำให้ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับ และเรื่องการแก้กฎหมายต่างๆ อยากให้จับมือกันทั้งรัฐบาลและเอกชน เช่น เรื่องเศรษฐกิจ ด้านธุรกิจจำเป็นต้องให้เอกชนมาระดมสมองร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ไม่สามารถใช้รัฐบาลอย่างเดียวได้ ทั้งนี้ ในเรื่องการเมือง ต้องชัดเจนตั้งแต่แรกว่าเรื่องต่างๆ ต้องอยู่ในกระบวนการของอะไร อยากทำให้ได้ที่จะไม่เล่นนอกกระดาน เพราะไม่แฟร์กับใครเลย ถ้าคุณอยู่ในกระดาน ประเทศตกลงกันได้ ไม่ใช่เอะอะไม่พอใจก็ล้มกระดานกวาดเรียบ

 

  • ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะนำนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้าน

นักโทษทางความคิด คนที่ถูกข้อหาทางการเมือง ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยุติธรรมก่อน ไม่ใช่แค่นายทักษิณคนเดียว แต่ยังมีอีกหลายคนมากมายที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรมในเรื่องนี้ ต้องแก้ตรงนั้นก่อน แน่นอนว่าเซนส์ของความเป็นลูก โรดแม็ปในใจคือพานั่งเครื่องบินแล้วกลับมานี่แหละ ก็แค่นั้นเอง เป็นลูกพ่อตั้งแต่เด็ก การที่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ๆ การที่แค่พูดถึงเขา มันก็เหนื่อย ก็คิดถึง

  • พรรคพท.เคยมีความพยายามที่จะนิรโทษกรรม แต่ผิดแผนผิดคิว จะปรับเรื่องนี้อย่างไร

การนิรโทษกรรมต้องใช้เวลาและเป็นเคสบายเคส ตั้งแต่นักโทษทางความคิดธรรมดาไปจนถึงเรื่องอาชญากรรม ชีวิตมันต่างกันมาก มันต้องวิเคราะห์กันแบบเคสบายเคส การนิรโทษกรรมถ้าถูกใช้กับคนบางกลุ่ม คิดว่าโอเคแต่บางกลุ่มก็ไม่ได้ อันนี้มากกว่าที่ต้องการความชัดเจน และต้องมีการวิเคราะห์แบบแคสบายเคส ไม่สามารถเหมารวมได้ทั้งหมด มันมีดีเทล ต้องใช้เวลาเพราะรายละเอียดเยอะ ไม่รู้ว่าถูกผิดอย่างไร อย่างกรณีของคุณพ่อ ท่านก็เข้าใจประมาณเดียวกับอิ๊ง ว่าบางเคสไม่สามารถเหมารวมได้

  • หากพรรค พท.ชนะการเลือกตั้ง ดีไซน์เรื่องการนิรโทษกรรมไว้ มากพอหรือยังที่จะเป็นโรดแม็ปพานายทักษิณกลับบ้าน

อิ๊ง ว่าต้องใช้อะไรมากกว่านั้น เมื่อมองภาพตัวเองบางเรื่องก็เกินความสามารถ เราเข้ามาผลักดันนโยบายของพรรค ไม่ได้แปลว่าจะผลักดันให้คุณพ่อกลับมาได้ มันไม่ได้ต่อเนื่องกัน อิ๊งค์ว่าคุณพ่อมีประสบการณ์ มีแนวทางที่จะตัดสินใจว่าท่านจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ในส่วนของอิ๊งขอเน้นไปที่พรรคและประเทศ ส่วนเรื่องคุณพ่อขอให้เป็นเรื่องทางใจ เรื่องของครอบครัว เราโฟกัสประเทศไป ส่วนคุณพ่อจะกลับมาอย่างไรเดี๋ยวว่ากัน แต่วันนี้ประเทศมากกว่าที่มีปัญหาอย่างบอบช้ำมากมาย

  • หากมีตำแหน่งทางการเมือง ต้องเดินสองขาคือ ทำในเรื่องของการบริหารประเทศ แต่อีกขาหนึ่งคือเรื่องของกระบวนการยุติธรรม

อันนั้นต้องถูกแก้อยู่แล้ว จะมีคุณทักษิณเข้ามาเกี่ยวหรือไม่ต้องถูกแก้อยู่แล้ว เพราะกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา เรียงลำดับความสำคัญ หากพรรคพท.เป็นรัฐบาล จะเป็นตัวจัดตั้งการแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องกฎหมายต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือไม่

  • น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีคีย์เวิร์ดคือ “แก้ไข ไม่แก้แค้น” น.ส.แพทองธาร จะมีคีย์เวิร์ดอย่างไร เป็นหลักในการทำงาน

ถ้าจะให้อธิบายตัวเอง คือ อิ๊ง เป็นคนตรงๆ ให้คิดเป็นประโยคแบบนั้นคงยังนึกไม่ออก ตอบไม่ได้

  • ปรากฏการณ์ที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ไปเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่งานครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเปิดหน้าลงสนามการเมือง

เรื่องนี้สื่อพูดถึงเยอะมาก เชื่อว่าเวทีหน้าคุณแม่ไม่กล้ามาแล้ว เนื่องจากคุณแม่เป็นคนที่ไม่ชอบออกสื่อ ตั้งแต่สมัยที่คุณแม่เป็นภริยานายกรัฐมนตรี ท่านจะออกตามหน้าที่ ถ้าให้เลือกก็คงไม่ออก แต่ครั้งนี้คงอยากให้กำลังใจ ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรไปมากกว่านั้นเลย คุณแม่อยากให้กำลังใจลูกสาวคนเล็ก สำหรับคุณแม่อิ๊งยังคงเป็นเด็กอายุ 15 เอง เมื่อเราขึ้นเวที ท่านคงรู้สึกดีใจ ภูมิใจ อยากไปให้กำลังใจแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรให้ตีความ เวลาอยู่ที่บ้านคุณแม่ก็ดูทีวีตลอด ชอบเปิดให้ธิธารดูด้วย เมื่ออิ๊งออกจอก็จะแอบเปิดให้ธิธารดูนิดหนึ่งว่าเห็นคุณแม่ไหม”

  • ในทางการเมืองเหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าคุณหญิงพจมานเข้ามาคุมพรรคพท.เต็มตัว

ไม่เลยค่ะ คุณแม่ไม่เข้าพรรคเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าความเป็นพ่อเป็นแม่ ถ้าอิ๊งมีปัญหา ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมือง เรื่องของพรรค เรื่องของหัวใจ รวมถึงเรื่องลูก อิ๊งปรึกษาทุกเรื่องเหมือนครอบครัวทั่วไปที่ในชีวิตต้องปรึกษาพ่อแม่ พี่น้อง ไม่มีนัยยะทางการเมืองจริงๆ มองตามหลักจิตวิทยาธรรมดา มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ก็มีคนเก่าคนแก่มากมาย เมื่อตอนคุณพ่อเป็นนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค คุณแม่ก็เป็นภรรยา อิ๊งว่าการกลับมาเหมือนได้เจอหน้ากันอีกครั้ง เพราะคุณแม่ไม่เคยโผล่มาเลยในรอบ 16 ปี พอคุณแม่มา คนในพรรคเหมือนได้เห็นคนเดิม มันเป็นคำตอบทางใจ อิ๊งพูดอยู่บนเวที ได้เห็นคุณแม่ พูดไปยิ้มไป รู้สึกอยากจะร้องไห้ในขณะที่พูดทั้งที่ไม่มีเรื่องซึ้ง มันดีต่อใจ คนเก่าคนแก่ก็ดีใจที่ได้เจอท่านอีกเพราะไม่ได้เจอคุณพ่อ เมื่อคนเห็นอิ๊งซึ่งหน้าเหมือนคุณพ่อ ก็ดีใจกันจุดหนึ่งแล้ว แต่พอเห็นคุณแม่ ซึ่งมากับบารมี ความมีอายุของท่าน อยู่มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มันเป็นเรื่องของใจ คุณแม่เป็นคนอบอุ่น เห็นหน้าท่านแล้วก็สบายใจ

  • จะสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนจะให้ความนิยมพรรคก้าวไกล(ก.ก.)อย่างไร

คิดว่าทุกพรรคมีพื้นที่ในใจคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่พรรคก.ก.หรือ พรรคพท. แค่นโยบายที่ถูกใจเขา มองว่าคนรุ่นใหม่พร้อมรับฟังว่าใครสื่อสารกับเขาได้ ใครตรงใจ พูดแล้วเข้าใจเขา พรรคพท.ก็ทำงานอย่างหนักเพื่อสื่อสารกับคนทุกกลุ่ม ทุกวัย เพื่อที่จะให้เกิดภาพรวมที่ดี อิ๊งก็เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สื่อสารว่าเป็นคนตรงไปตรงมา อะไรที่ตอบไม่ได้ก็ไม่ได้ คิดอย่างไรก็พูดแบบนั้น การที่เป็นคนตรงแต่ก็ไม่ได้แปลว่าพูดได้ทุกอย่าง ก็มีกรอบของวัฒนธรรม มารยาท อะไรที่ตรงใจคนรุ่นใหม่เขารับ ดังนั้นวันนี้อาจมีทั้งพรรคก.ก. และพรรคพท.ในใจเขา แต่ถ้าเสนออะไรที่คนไม่ชอบ ก็ถูกลบออกไป แต่ถ้ามีอะไรที่ตรงใจเขา เขาก็เลือก คิดว่ามีโอกาสตลอด และต้องอยู่กับพรรคพท. เพราะเราตั้งใจจะทำประโยชน์ให้เขาอยู่แล้ว อยู่ที่วิธีการสื่อสารว่าจะชนะใจเขาได้หรือไม่ ขอให้รอดูกันต่อไป

  • จุดยืนเรื่องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

จริงๆ ไม่ต้องแค่เรื่องมาตรา 112 แต่ทุกเรื่องที่ถกเถียงกัน ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภาให้เป็นหลักนั้นดีกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องอยู่ในกรอบ ต้องผ่านกระบวนการ ถ้าคุยกันแล้วในรัฐสภาว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทำอย่างไร และก็ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ต้องมีการคุยกันว่าตัวบทกฎหมายมีปัญหาอย่างไร เพื่อตกลงกันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร

  • มองปรากฏการณ์การใช้มาตรา 112 อย่างไร

ตัวกฎหมายมีมานานมากแล้ว แต่เมื่อมาดูภายหลังการรัฐประหาร จำนวนของคนที่ถูกฟ้องมาตรา 112 มีเพิ่มขึ้นแบบกะทันหันอย่างมากมาย ถามว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนกันแน่ ไม่ใช่ว่าจู่ๆ มันเป็นอย่างนี้มาเรื่อยๆ ในสังคมไทยแต่มันเพิ่งเกิดขึ้น แล้วทำไมมันถึงมากมายขนาดนี้ในสังคมไทย ตรงนี้มากกว่าที่เป็นปัญหา และเป็นสิ่งที่น่าคิด