‘ยุทธพงศ์’ แฉ คนสั่งการเร่งเซ็นสัญญาโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี บี้ บิ๊กป้อม ชะลอลงนาม

22.09.22 | 15:31 น.

‘ยุทธพงศ์’ แฉมีคนสั่งการเร่งรัดลงนามสัญญาโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี บี้ ‘บิ๊กป้อม-รมว.คลัง-รมช.คลัง-ปลัดคลัง’ ชะลอลงนาม หวั่นรัฐเสียหาย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า วันนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ในคดีหมายเลขดำที่ 1746/2564 ระหว่างบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท อีสท์วอเตอร์ ผู้ฟ้องคดี คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาตตะวันออกที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ผู้ถูกฟ้องคดี บริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ผู้ร้องสอด ซึ่งศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่งในวันนี้ เวลา 09.30 น. และคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นที่มีคำสั่งรับคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) และมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับการดำเนินการตามประกาศเชิญชวนเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออกไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำขอของผู้ฟ้องคดีนั้น

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า คนตั้งข้อสังเกตว่า 1.คดีนี้ตนได้ยื่นเรื่องกล่าวโทษต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ในเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับเอกชนหลายรายมีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันกระทำผิด และมีลักษณะผูกขาดตัดตอน (ฮั้ว) ไม่เปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเสียหาย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 2.คดีนี้ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า การดำเนินการของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่าบริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาตตะวันออก ได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า 3.ขณะนี้มีไอ้โม่งเร่งรัดจัดให้มีการลงนามในสัญญา ดังนั้นในวันนี้ตนจึงได้จัดทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้ตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รอบคอบ และระมัดระวัง มิให้กระทำการใดผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทำให้ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเสียหาย

“ผมขอตั้งขอสังเกตว่า นายประภาส คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้ อย่าลงนามในสัญญาให้กับบริษัทใดในลักษณะ “ทิ้งทวน” หรืออย่าจำยอมต่ออำนาจของใครก็ตามที่สั่งให้ลงนามสัญญาในทันที เพราะในวันที่ 29 กันยายนนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติตั้งอธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่แล้ว ดังนั้น จึงขอให้บุคคลทั้งหมด ชะลอการลงนามในสัญญาบริหารจัดการท่อส่งน้ำในภาคตะวันออกไว้ก่อนเนื่องจากมีประเด็นความเสียหายมากมาย อาทิ ประเด็นเรื่องการแบ่งแยกค่าแรกเข้าในการทำสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในเรื่องการชำระเงิน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี ส่วนแบ่งรายได้รายปี รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนคู่สัญญา” นายยุทธพงศ์กล่าว

นายยุทธพงศ์กล่าวด้วยว่า การที่ศาลสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวไม่ได้เป็นบทบังคับให้ต้องลงนามในสัญญา อีกทั้งการที่รักษาการนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะสั่งให้กรมธนารักษ์ชะลอการลงนามไว้ก่อนเพื่อที่จะรอคำพิพากษาของศาลปกครองย่อมสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะหากมีการลงนามในสัญญายังมีข้อโต้แย้งว่า “การแบ่งแยกค่าแรกเข้า ออกเป็น 2 งวดดังกล่าวยังมีความเสี่ยงว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ในวันนี้ตนได้ยื่นหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว

Advertisement