@ “วิษณุ”ยันครม.ไม่แก้กม.ลูก
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูก ว่า เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณากฎหมายลูกเสร็จแล้ว สามารถเสนอมาที่รัฐบาลเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ทันที หากเสนอได้เร็วจะเป็นเรื่องดี เพราะกฎหมายลูกสามารถพิจารณาในสภาได้ก่อนที่รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ ทั้งนี้ แม้กฎหมายลูก 10 ฉบับ รัฐบาลสามารถจะเสนอแก้ไขได้ แต่รัฐบาลจะไม่แก้ไขเนื้อหาที่ กรธ.เขียนมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีการเซตซีโร่ทั้งพรรคการเมืองและองค์กรอิสระ ส่วนข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เสนอให้เพิ่มเงินค่าตอบแทนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อป้องกันการทุจริตนั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. พูดเรื่องนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ว่าควรกำหนดเงินเดือนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้สูงและกำหนดโทษให้หนัก
@ แนะขึ้นเงินเดือนใช้รบ.หน้า
“ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านักการเมืองรับเงินทางโน้นทางนี้ แล้วยังจะขึ้นเงินเดือนให้อีก เรื่องแบบนี้จะมีเฉพาะตอนนี้เท่านั้น แต่เมื่อเลือกตั้งแล้วจะทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะอย่างน้อยข้าราชการประจำจะมาเป็นรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง 2 ตำแหน่งไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าข้าราชการจะดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ หากจะเพิ่มเงินเดือนจริง ทุกครั้งจะเขียนว่าให้มีผลเกิดขึ้นในรัฐบาลหน้า หรือเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ผมไม่รู้เรื่องนี้ว่าเขาจะปรับอะไรอย่างไร ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำลังศึกษาเรื่องโครงสร้างเงินเดือนทั่วประเทศ หากผลออกมาว่าสมควรต้องมาคุยกัน ส่วนการทำงานของ สปท.หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้นั้น จะต้องเร่งดำเนินการจัดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ พ.ร.บ.ปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จ ภายในเวลา 4 เดือน เมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว สปท.จะหมดวาระในการทำงาน” นายวิษณุกล่าว
@ ระบุตั้งผช.รมต.เพิ่มช่วยงานรบ.
เมื่อถามกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เพิ่มตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีก 10 ตำแหน่ง จะเตรียมไว้ช่วยงานในด้านใด นายวิษณุกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปรารภว่างานรัฐบาลมีมาก เดิมทีมีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 30 คน และแจกจ่ายงานไปหมดแล้ว จึงต้องแต่งตั้งมาเพื่อติดตามงานบางเรื่อง เช่น มาช่วยงานผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ครม.ส่วนหน้า) หรือแก้ไขปัญหาข้าว ติดตามความคืบหน้านโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งใครเข้ามา

