หมายเหตุ – ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 ที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ในส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.บางส่วน ที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองจะต้องปฏิบัติตาม ในช่วง 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2565 ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระในวันที่ 23 มีนาคม 2566
ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม
ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 68 มาตรา 70 มาตรา 71 และมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561
คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบฉบับนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในข้อ 6 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561
“(9) กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสามารถปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
โดยวิธีการจัดทำ ขนาด จำนวน และสถานที่ ให้ถือปฏิบัติตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศ กำหนดในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด”
ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในข้อ 18 ของระเบียบคณะกรรมการการ
เลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561
“(5) จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบนี้”
ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นหมวด 5 ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับ
เลือกตั้ง ข้อ 18/1 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการ
หาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561
“หมวด 5 ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ข้อ 18/1 ให้นำระเบียบนี้มาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งด้วย”
ประกาศ ณ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2565
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561
มาตรา 63 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำนวนค่าใช้จ่ายที่กําหนดตามมาตรา 62 ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถึงบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่บุคคลใดๆ จ่ายหรือรับว่าจะจ่ายแทนหรือนำมาให้ใช้โดยไม่คิดค่าตอบแทนเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งโดยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นยินยอมหรือไม่คัดค้านในกรณีที่นำทรัพย์สินมาให้ใช้ให้คำนวณตามอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามปกติในท้องที่นั้นๆ ทั้งนี้ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการจัดให้แก่ผู้สมัครทุกคนและพรรคการเมืองทุกพรรคอย่างเท่าเทียมกัน
มาตรา 64 ในการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสําหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้งให้คํานวณตามค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งในระหว่างระยะเวลาดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่หนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่คณะกรรมการประกาศให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
(2) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภาหรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภาหรือวันที่ตำแหน่งว่างลงแล้วแต่กรณีจนถึงวันเลือกตั้งในกรณีที่มีเหตุอันสมควรเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการหรือการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมคณะกรรมการจะขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่งออกไปก็ได้
ให้คณะกรรมการประกาศประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งไว้เป็นตัวอย่างให้ผู้สมัครพรรคการเมืองและประชาชนทราบเป็นการทั่วไปประกาศดังกล่าวให้มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน
มาตรา 68 เพื่อประโยชน์แห่งความเที่ยงธรรมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้คณะกรรมการกำหนดวิธีการหาเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องปฏิบัติวิธีการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวให้มีผลภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันครบอายุจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง
(2) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภาหรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างให้กระทำได้ตั้งแต่วันที่ยุบสภาหรือวันที่ตำแหน่งว่างลงแล้วแต่กรณีจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง
(3) ในกรณีมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ให้กระทำได้ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง
(4) ในกรณีมีการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ผู้ใดจะหาเสียงเลือกตั้งมิได้เว้นแต่คณะกรรมการจะมีมติเป็นอย่างอื่นโดยคำนึงถึงความสุจริตและเที่ยงธรรม
มาตรา 70 การหาเสียงเลือกตั้งจะกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดแต่ห้ามมิให้ผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดนับตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้งในการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการหารือกับพรรคการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งสื่อหนังสือพิมพ์วิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
ในกรณีที่ความปรากฏต่อคณะกรรมการว่าผู้ใดกระทำการตามวรรคหนึ่งโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ให้นำค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรานี้ไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมืองด้วย
มาตรา 71 การหาเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีการอื่นใดนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 69 มาตรา 70 มาตรา 81 และมาตรา 83 คณะกรรมการจะกำหนดให้ต้องทำตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดก็ได้ โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมความเสมอภาคและความเที่ยงธรรมของผู้สมัครและพรรคการเมือง
มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(1) จัดทําให้เสนอให้สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด
(2) ให้เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชนสมาคมมูลนิธิวัดสถานศึกษาสถานสงเคราะห์หรือสถาบันอื่นใด
(3) ทําการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ
(4) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด
(5) หลอกลวงบังคับขู่เข็ญใช้อิทธิพลคุกคามใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
ความใน (3) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้สมัครที่ใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตนหาเสียงให้แก่ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดงมหรสพความผิดตาม (1) หรือ (2) ให้ถือว่าเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและให้คณะกรรมการมีอำนาจส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจได้
มาตรา 80 เพื่อให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้คณะกรรมการกำหนดลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมืองผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจะมีผู้ช่วยหาเสียงก็ได้แต่ต้องไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการกำหนดและต้องแจ้งให้สำนักงานทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียงหน้าที่และค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียงทั้งนี้ตามรายการและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

