09.00 : INDEX “เลือกตั้ง” คือเป้าหมาย ”ร่วม” ไม่ว่า รัฐบาล ไม่ว่า ฝ่ายค้าน
ยิ่งมีความเด่นชัดในเรื่อง ”การเลือกตั้ง” มากเท่าใด ยิ่งสะท้อนลักษ ณะอันเป็นความเสถียรในทางการเมืองมากเท่านั้น
จำเป็นต้องสนใจท่าที พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นพิเศษ
โดยเฉพาะการนั่งหัวโต๊ะในที่ประชุมศบค.แล้วมีมติยกเลิกประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่ากำหนดการยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งต่อเนื่องจากการอ่านคำวินิจฉัยต่อสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีเรื่องน่าวิตกตามมาหรือไม่
ไม่ว่าคำตอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าคำตอบจาก พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตรงกัน นั่นคือไม่วิตก
เท่ากับเป็นการยืนยันว่ามติจากศบค.ได้ผ่านการหารือมาแล้วอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญญาณขานรับจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยในวันที่ 30 กันยายนจะเป็น อย่างไรสภาพการณ์ก็จะดำเนินไปราบรื่นสามารถควบคุมได้
และปัญหาอย่างแท้จริงที่รออยู่คือ “การเลือกตั้ง”
การเลือกตั้งตามวาระที่จะเกิดขึ้นภายหลังสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2566 คือกำหนดการณ์อันวางอยู่บนพื้นฐานแห่งระบอบประชาธิปไตย
การตระเตรียมอันมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงเป็นการรับรองอย่างเป็นทางการ
ไม่ว่าจะเป็นการลงความเห็นว่าจะต้องดำเนืนการเลือกตั้งไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2566 ไม่ว่าจะเป็นการวางหลักเกณฑ์อันเป็นบรรทัดฐาน 180 วันก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง
จึงคือสัญญาณและคือความเป็นจริงที่จริงแท้ในทางการเมือง และเท่ากับบ่งบอกให้เห็นว่านั่นย่อมเป็นเส้นแบ่งอย่างแท้จริงของก้าวต่อไปในทางการเมือง
นับจากนี้การเคลื่อนไหวที่เป็นด้านหลักจึงเป็นการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง โดยมีเป้าหมายก้าวไปสู่การเลือกตั้ง
กล่าวสำหรับรัฐบาล เป้าหมายขั้นต่อไปคือการขับเคลื่อนการประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายน โดยมีความเชื่อมั่นค่อนข้างสูงว่านั่นคือหมุดหมายที่จะกำหนดทิศทางในทางการเมือง
ความเชื่อนั้นก็คือ ไม่น่าจะรอจนถึงเดือนมีนาคม 2566
ตรงกันข้าม สภาพการณ์ของแต่ละพรรคการเมืองโดยเฉพาะ พรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นปัจจัยกดดันต่อนายกรัฐมนตรีแน่นอน
นั่นหมายถึงการต่อสู้เพื่อชิงความได้เปรียบจะเริ่มขึ้น

