‘กมธ.อุตสหกรรม สภา’ พอใจ โครงการพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชน ดีพร้อม

25.09.22 | 20:05 น.

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ดร.ณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากที่มีโครงการโครงการพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม กมธ.อุตสาหกรรม ได้ติดตามการทำงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง
นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ได้ติดตามการทำงานของโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อย่างไรก็ดีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ส่งผลให้การจ้างงาน การประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชน เกิดการหยุดชะงักของการผลิต ยอดขายลดลง และขาดรายได้ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพชีวิต การที่กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชนให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้จัดกิจกรรมโครงการที่เป็นการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชนที่เป็นเศรษฐกิจฐานรากกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน จึงถือว่าเป็นการดีที่จะพัฒนาให้เพิ่มขีดความสามารถของเอกชนในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ตนมองว่าควรจะพัฒนาเพิ่มไปถึง ระดับกลางน้ำ และปลายน้ำ อันนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติ ทั้งในมิติอินโนเวชั่น Ai มิติความเป็นศิลปะของไทย มิติการสร้างมูลค่าให้กับสินค้าที่มีจุดต่างของสินค้าในระดับโลก ทั้งนี้ควรระวังเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นและการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองที่อาจมีขึ้นในระหว่างกระบวนการ

ดร.ณพลเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้ประสานกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยนายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายภาสภร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมฯ ถึงการขับเคลื่อนโครงการ โดยเมื่อวันที่ 24-25 กันยายนนี้ ได้จัดโครงการในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตราชเทวี เขตจตุจักร และพื้นที่กรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่อื่นๆ ทั้งนี้จากที่ได้สอบถามผลสัมฤทธิ์จากประชาชนและผู้ประกอบการได้รับการตอบรับที่ดีมากการทำงานของเจ้าหน้าที่เข้าถึงประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย ต้องยอมรับว่าจากที่ได้มาดูงานในอังกฤษและยุโรปขณะนี้ประชาชนกว่า 99% ไม่สวมแมสก์ในที่สาธารณะแล้ว ประชาชนออกจากความกลัวเชื้อโควิดด้วยระบบวัคซีนและการแพทย์ที่สร้างความเชื่อถือให้กับประชาชน ทุกภาคส่วนเข้าสู่โหมดปกติพร้อมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ขณะนี้ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมต้องออกมาต่อสู้กับต่างประเทศ รัฐบาลควรให้การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอันเป็น 1 ใน 3 ของรายได้สูงสุดที่เข้าประเทศ หากวางแผนวางระบบทำงานกันเป็นทีม มีการจัดเงินอุดหนุนและเงินกู้ที่พร้อมเพิ่มศักยภาพจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาค SMEs ฟื้นตัวและกลับมาต่อสู้ในระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว