ร้องชัดเจนกฎเหล็ก180วัน ‘พท.’เฮอบจ.ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์

26.09.22 | 10:48 น.

เข้าสู่ช่วง 180 วัน นับจากวันที่ 24 กันยายน 2565 ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 23 มีนาคม 2566 อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 ลงวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา

เพื่อคุมเข้มพรรคการเมือง ผู้สมัคร ส.ส. ให้ระมัดระวังในการขึ้นป้ายหาเสียง แจกข้าวของ สิ่งของ เงินช่วยเหลือในวาระต่างๆ จะต้องคุมเข้มระวังอย่าให้ขัดกับระเบียบดังกล่าว

เนื่องจากช่วง 180 วัน ก่อนที่สภาจะครบวาระ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ถือเป็นช่วงเข้าสู่การเลือกตั้ง 100% กิจกรรมอะไรที่สุ่มเสี่ยงว่าจะขัดกับระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ต้องพึงหลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันการถูกร้องเรียนกันภายหลัง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงสมัครรับเลือกตั้งของว่าที่ ส.ส.ของทุกพรรค

ขณะที่เสียงสะท้อนของเกือบทุกพรรคการเมือง ส่งเสียงมาในทิศทางเดียวกันว่า ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565

เนื้อหา 1 หน้ากระดาษ เป็นเพียงหลักการและข้อห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ส่วนแนวปฏิบัติที่พรรคและ ส.ส.อยากเห็นความชัดเจน คือ ข้อห้ามต่างๆ ว่าทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้บ้าง เพราะหากให้เป็นไปตามการใช้ดุลพินิจของ กกต.ประจำจังหวัด ตัวผู้สมัคร ส.ส. รวมถึงพรรคหวั่นเกรงว่าจะเกิดการเลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทางที่ดีควรจะออกเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ลงรายละเอียดกันไปเลยน่าจะเหมาะสมกว่า

Advertisement

•••

….แม้กฎเหล็กนับถอยหลัง 180 วัน ของ กกต.จะมีผลบังคับใช้แล้ว ในส่วนของพรรคการเมืองอาจจะต้องระมัดระวังการทำกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นหยุดนิ่งไม่ทำอะไรเลย ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยกคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของพรรค พปชร. ทั้ง “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. เจ้าของพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ นำ ส.ส.เพชรบูรณ์ รวมทั้ง ส.ส.จังหวัดใกล้เคียง ของพรรค พปชร. พร้อมทั้งข้าราชการของจังหวัด ให้การต้อนรับกันอย่างคึกคัก

โดย “พล.อ.ประวิตร” มาเป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์ ตลอดจนติดตามการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาล รวมทั้งกำชับสั่งการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมกับระบุว่า “มาในนามของรัฐบาล มาช่วยประชาชน ไม่ได้มีเรื่องของการเมือง และไม่ได้กังวลกับระเบียบของ กกต.ที่ต้องระมัดระวังในเรื่องการหาเสียงของพรรคการเมือง หากระเบียบของ กกต.ให้ปฏิบัติอย่างไร ก็ทำตามนั้น”

ขณะที่พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) นัดประชุมใหญ่สามัญของพรรค ที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 26 กันยายน มีวาระพิจารณาที่ต้องจับตา คือ เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แทนที่ว่าง

แกนนำพรรค ชพน. รวมทั้ง กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะสมาชิกพรรค รวมทั้งทีมงานจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ส่วนจะได้นั่งเป็น กก.บห.ในตำแหน่งใด รวมทั้งจะมีการปรับชื่อพรรคใหม่ตามกระแสข่าวก่อนหน้านั้นหรือไม่ รอติดตามมติผลประชุมพรรค

เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่นัดประชุมใหญ่สามัญพรรค ครั้งที่ 2/2565 ในวันที่ 26 กันยายน ซึ่งมีวาระพิจารณาการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรค

เพื่อรองรับสมาชิกพรรค ชทพ.หน้าใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดตัวร่วมงานกับพรรคมาก่อนหน้านั้น นัยสำคัญ คือ เตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนจะปรับทัพเล็กหรือใหญ่ ต้องติดตาม

•••

…ศึกชิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด แทน เอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 25 กันยายน ชิงชัยกัน 4 คน คือ รัชนี พลซื่อ ภรรยา “เอกภาพ” ขอลงแก้มือให้สามี ได้เบอร์ 1 เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ในนามพรรคเพื่อไทย เบอร์ 2 โยทะกา โคตุระพันธ์ ผู้สมัครอิสระ เบอร์ 3 และ จุรีพร สินธุไพร อดีตประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาสมัครในนามอิสระ ได้เบอร์ 4

แต่ที่คอการเมืองโฟกัส ว่าจะแข่งขันกันเดือด คือ “เศกสิทธิ์” ผู้สมัครเบอร์ 2 ของพรรค พท. กับ “รัชนี” ผู้สมัครเบอร์ 1 ที่มีฐานเสียงของตระกูลพลซื่อสนับสนุนอยู่ไม่น้อย ซึ่งแกนนำพรรค พท. นำโดย “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำแกนนำพรรคไปขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงให้กับ “เศกสิทธิ์” พร้อมกับตั้งเป้าว่าต้องชนะศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แบบแลนด์สไลด์ เหมือนกับ “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ที่คว้าชัยนั่งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ทิ้งห่างคู่แข่งเกือบแสนคะแนนมาแล้ว หากได้ชัยชนะนายก อบจ.ร้อยเอ็ดอีกสนาม แน่นอนย่อมจะสร้างความมั่นใจในการเดินหน้ายุทธศาสตร์ชนะเลือกตั้งแบบ “แลนด์สไลด์” ของพรรค พท. ที่ประกาศว่าจะต้องชนะเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า ไม่ต่ำกว่ำ 250 เสียง

ล่าสุดกลางดึกที่ผ่านมาผลการเลือกตั้งเป็นที่แน่นอน “เศกสิทธิ์” เข้าป้ายถล่มทลาย

ช่วยต่อเติมความฝันเลือกตั้งใหญ่ของเพื่อไทยเพิ่มขึ้นอีกระดับ