ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ดกลายเป็นที่สนใจของหลายฝ่ายทางการเมือง
เหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะพื้นที่ดังกล่าวมีการต่อสู้กันระหว่าง 2 ขั้ว
ขั้วหนึ่ง คือ หมายเลข 1 นางรัชนี พลซื่อ และหมายเลข 3 นางจุรีพร สินธุไพร ที่มีสายสัมพันธ์พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครั้งนี้แยกย้ายกันลงในนามอิสระ
อีกขั้วหนึ่ง เป็นพรรคเพื่อไทย คือ หมายเลข 2 นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ พรรคเพื่อไทย
ระหว่างการหาเสียงห้ำหั่นกัน ปรากฏมีข่าวสะพัดว่า ตระกูล “สินธุไพร” ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นที่ร้อยเอ็ดและสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหันไปสนับสนุนนางจุรีพรแล้ว
ข่าวที่สะพัดสะเทือนต่อฐานคะแนนของนายเศกสิทธิ์ ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเคลื่อนไหวสร้างความชัดเจน
ตอกย้ำว่า นายนิสิต สินธุไพร นั้นอย่างไรก็เพื่อไทย และตระกูลสินธุไพรก็ยืนเคียงข้างพรรคเพื่อไทย จึงขอให้สนับสนุนนายเศกสิทธิ์
พรรคเพื่อไทยมิได้ตอกย้ำธรรมดา หากแต่จัดขบวนทัพ นำโดย อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ไปช่วยหาเสียงและปราศรัย
บนเวทีหาเสียง พรรคเพื่อไทยตอกย้ำวลี “แลนด์สไลด์”
แล้วผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมาพบว่า ชาวร้อยเอ็ดที่ไปลงคะแนน 2,535 หน่วยเลือกตั้ง ใน 20 อำเภอ ได้เทคะแนนให้นายเศกสิทธิ์ทะลุ 3 แสนคะแนน
มีคะแนนเหนือกว่าอันดับสองเกินแสน
พรรคเพื่อไทยประกาศชัดว่านี่แหละคือ “แลนด์สไลด์”
คำว่า “แลนด์สไลด์” จึงกลายเป็นถ้อยคำติดปากของคนแวดวงการเมืองกันแล้ว
คำคำนี้มีผลต่อขวัญและกำลังใจ เพราะพรรคเพื่อไทยมิได้มองแค่ชนะเลือกตั้งแบบธรรมดา หากแต่ต้องการชนะแบบ “แลนด์สไลด์” เพื่อมิให้กลไกตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันมาขวางทางสู่การบริหารประเทศ
โดยเฉพาะกลไกที่กำหนดให้วุฒิสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
หากคำว่า “แลนด์สไลด์” กลายเป็นจุดขายของเพื่อไทย ก็ต้องยอมรับว่าพรรคนี้สามารถเปลี่ยน “วิกฤต” มาเป็น “โอกาส”
พลิกความเสียเปรียบมาเป็นพลังเพื่อเอาชนะในการเลือกตั้ง
ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยจึงไม่ธรรมดาเหมือนกัน
ดูอย่างผลโพลที่สำรวจความนิยมล่าสุดของนิด้า แม้คนจำนวนมากยังไม่เลือกใครเป็นนายกฯ
แต่อันดับสองที่ผลสำรวจบ่งบอก คือ คนสนับสนุนอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯเพราะเป็นคนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งก็ยังเป็น “พรรคเพื่อไทย”
ทั้งตัวบุคคล และพรรค ได้ยึดความนิยมอันดับต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการสำรวจยังมีข้อน่ารู้เพิ่มเติม เพราะในขณะที่แวดวงการเมืองมองว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเนื้อหอมของนักการเมือง
ใครๆ ก็อยากเข้าสังกัด เพราะมีโอกาสขยับจากพรรคขนาดกลางขึ้นเป็นพรรคขนาดใหญ่หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
แต่ผลการสำรวจกลับพบว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับความนิยมเป็นอันดับ 9
อันนี้คงต้องเฝ้าติดตามจังหวะก้าวความสำเร็จของภูมิใจไทยกันต่อไป
ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้น แค่เริ่มต้นก็ถือว่าสำเร็จแล้ว แต่ต้องคอยดูไปจนถึงตอนจบ
เพราะหลายครั้งหลายหน พรรคเพื่อไทยจะเป็นเช่นนี้
เปิดตัวน่าสนใจ เดินเข้าสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจได้อย่างตั้งใจ
แต่ก็มักมีปัญหาในตอนจบ
การผลักดันสโลแกน “แลนด์สไลด์” ขณะนี้ติดปากแวดวงการเมืองกันแล้ว
ถือว่าเริ่มต้นได้ดี และมีโอกาสประสบความสำเร็จ
จึงเหลือตอนจบที่ต้องลุ้น
สุดท้ายและท้ายสุดผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

