พิชัย เตือน ประวิตร เตรียมรับมือ ศก.โลกถดถอย แนะเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยรองรับอนาคต ฉะ คำพูดขู่ไม่ได้เลือกตั้ง ไม่ควรออกจากปาก รบ.ที่อ้างว่ามาจาก ปชต.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรค พท. ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ว่าที่นายก อบจ. ร้อยเอ็ดคนใหม่ ที่ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์กว่า 3 แสนคะแนน และเป็นการแลนด์สไลด์ครั้งที่ 2 ติดต่อกันจากการเลือกตั้ง อบจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเชื่อว่าจะส่งถึงการเลือกตั้งใหญ่อย่างแน่นอน
นายพิชัยกล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันโลกลดลงมาค่อนข้างมาก ใกล้กับราคาก่อนจะเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนแล้ว ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาลดราคาน้ำมันดีเซลลงได้แล้ว ขณะที่รัฐบาลเริ่มแก้ไขหนี้ตามที่พรรค พท.เสนอซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและต้องทำให้เร็ว ประเทศมาเลเซียกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูงแล้ว ไทยอาจต้องรออีก 20 ปี นี่คือผลเสียของการปฏิวัติและการมีผู้นำที่ขาดความรู้ความสามารถ แต่ก็ยังดีใจกันการแจกบัตรคนจนจำนวนมากอยู่ ทั้งที่เป็นความล้มเหลว ประเทศจึงพัฒนาได้ต่างกัน ดังนั้น จึงหวังว่าวันที่ 30 กันยายนนี้ ที่จะมีคำตัดสิน 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ทราบกันว่าทิศทางประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไป
นายพิชัยกล่าวต่อว่า ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งละ 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐขึ้นไปอยู่ที่ 3.00% ถึง 3.25% และยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปอีก จากการประกาศของนายจาโรม เพาเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐที่ต้องการจะหยุดเงินเฟ้อของสหรัฐให้ได้ และจะพยายามจะทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐลงมาอยู่ที่ 2% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 8.3% เมื่อเดือนสิงหาคม โดยคาดกันว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจจะขึ้นไปถึง 4.25%-4.5% ภายในสิ้นปีนี้ และน่าจะสูงขึ้นอีกในปีหน้า เมื่อมาดูผลกระทบต่อประเทศไทย ปรากฏว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่เข้าใจ ออกมาสั่งให้ค่าเงินบาทกลับไปอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพราะการกำหนดค่าอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยขึ้นกับธนาคารแห่งประเทศไทย
นายพิชัยกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ค่าเงินบาทอ่อนมาจาก 3 สาเหตุหลักคือ 1.อัตราดอกเบี้ยของไทยที่ห่างกับดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกามากถึง 2.5% 2.เงินทุนไหลออกซึ่งทุนสำรองเงินตราตต่างประเทศของไทยลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งตั้งแต่ต้นปีลดลงประมาณ 40,000 ล้านเหรียญ และ 3.ดุลการค้าขาดดุล แม้การส่งออกจะมากขึ้นแต่การนำเข้าสูงกว่า ในเดือนสิงหาคมการส่งออกไทยขยายตัวได้ 7.5% แต่ขาดดุลการค้าถึง 4,215.4 ล้านเหรียญ ทั้งนี้ ในภาวะปกติค่าเงินบาทที่อ่อนจะเป็นประโยชน์ต่อความสามารถแข่งขันของไทย แต่ในภาวะปัจจุบันที่อัตราเงินเฟ้อสูง 7.86% ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับเหมาะสมโดยพิจารณาทุกผลกระทบ
นายพิชัยกล่าวต่อว่า ในวันที่ 28 กันยายนนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมีความเห็นหลากหลายที่แตกต่างกัน ซึ่ง กนง. คงต้องพิจารณารอบด้านก่อนตัดสินใจ และรัฐบาลควรต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ เร่งหารายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาส ตามแนวทางที่พรรคเพื่อไทยเสนอไว้ เพิ่มประสิทธิภาพของประเทศในทุกด้าน
“การที่คนในรัฐบาลยังพูดถึงว่าหากวันที่ 30 กันยายน ผลออกมามีคนประท้วงกันมาก อาจจะไม่มีการเลือกตั้ง เป็นการแสดงความเห็นที่ไม่สร้างสรรค์ และถ่วงความเจริญประเทศอย่างมาก ไม่สมควรหลุดออกมาจากรัฐบาลที่อ้างว่ามาจากประชาธิปไตยเลย และไม่ควรพูดแบบนั้นอีก” นายพิชัยกล่าว

