บทนำ : กฎเหล็กต้อง‘แฟร์’
แกนนำพรรคต่างๆ ทั้งฝ่ายค้านและพรรครัฐบาล แสดงความกังวลต่อระเบียบของ กกต. ที่ใช้ในช่วง 180 วัน ก่อนสิ้นวาระของสภา มีข้อห้ามและข้อจำกัดหลายประการสำหรับพรรคการเมืองและผู้สมัคร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการออกพบปะประชาชน นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และ ผอ.เลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเรียกร้องว่ากกต.ต้องทำให้เป็นบรรทัดฐานเหมือนกันทั่วประเทศ อย่าให้แต่ละจังหวัดไปตีความเอาเอง ซึ่งจะสร้างความสับสนให้กับผู้ปฏิบัติ โดย กกต.จะต้องออกเป็นประกาศออกมาให้เป็นระบบ ทำเป็นคู่มือในการปฏิบัติให้แต่ละพรรคการเมือง ผู้สมัคร ส.ส. ที่สำคัญคือต้องมีหน่วยตอบคำถามทุกข้อสงสัย และแก้ปัญหาความสับสน ให้มีความเข้าใจ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ผอ.เลือกตั้งพรรค ปชป.เสนอว่า กกต.ควรจัดสายด่วน หรือเปิดสายด่วน เพื่อตอบคำถามและข้อสงสัยของพรรคการเมือง จะได้ไม่เสียเวลา จนนำไปสู่การร้องเรียนกันได้ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายพรรค กำลังดำเนินการอยู่ รวมทั้งได้ดำเนินการแจ้งไปยังสมาชิกพรรคและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคบ้างแล้ว ให้ทราบถึงข้อปฏิบัติตามที่ กกต.ชี้แจงมา บางเรื่อง กกต.ต้องให้ความกระจ่าง เช่นการจัดงานใหญ่ต้องบอกให้ชัดว่าใหญ่ขนาดไหน คนไม่เกิน 500 คน หรือ 1,000 คน อย่าให้ต้องตีความกันเอง แต่ส่วนใหญ่ถือว่าพอจะเข้าใจได้ แต่มีบางประการที่ต้องมีความชัดเจน ไม่อย่างนั้นต่างคนต่างตีความ ก็ไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรม ถ้าใช้กติกาเดียวกันอย่างนี้การได้เปรียบเสียเปรียบก็คงเท่ากัน แต่ต้องบังคับใช้เท่ากันทุกคน
จากระเบียบนี้ มีผู้ห่วงใยว่าจะเกิดการใช้ระเบียบ หรือข้อจำกัดที่ออกมา เอื้ออำนวยบางพรรคหรือจับผิดบางพรรค เพื่อหวังผลทางการเมือง ขณะที่รัฐมนตรี ซึ่งสังกัดพรรคการเมือง สามารถฉวยโอกาส ผสมผสานการออกตรวจราชการ การดูแลบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กับการหาเสียงหรือแสวงหาคะแนนนิยมทางการเมืองได้ การออกกฎระเบียบหยุมหยิม จากสมมุติฐานว่า นักการเมืองโกง พรรคการเมืองโกง ควรมีการทบทวน เปิดกว้างและยืดหยุ่นให้มากขึ้นมิใช่ออกระเบียบที่ปฏิบัติได้ยาก เพื่อให้ผู้มีอำนาจได้ใช้อำนาจช่วยเหลือพรรคพวกของตนเอง และเล่นงานคู่แข่ง เป็นแนวคิดเดียวกับที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อพวกเรา

