มาช่วยกันลุ้นให้การประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมปีนี้ เป็นไปอย่างราบรื่น และมี
ผู้นำประเทศสมาชิกต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมให้มากที่สุด
เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างเต็มที่ ในช่วงเวลาที่เราต้องการแรงกระตุ้นเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว
จะมีสมาชิกจาก 21 เขตเศรษฐกิจเข้าร่วมประชุมครั้งนี้
ภายใต้ธีม “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล หรือ Open. Connect. Balance.” จะจัดขึ้นวันที่ 18-19 พ.ย.65
เป็นการประชุมในรูปแบบพบหน้ากันเต็มรูปแบบ (physical meeting) เป็นครั้งแรก หลังจากต้องจัดประชุมในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (video conference) ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
ต้องมาคอยลุ้นกันว่าผู้นำประเทศตัวหลักๆ อย่างสหรัฐอเมริกา และจีน จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมครั้งนี้หรือไม่
แม้ว่าจะมีกระแสข่าวจากสื่อต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบข่าวได้แจ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้มอบหมายให้ รอง ปธน. กมลา แฮร์ริส เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมที่กรุงเทพมหานคร
สื่อยังเปิดเผยอีกว่า ปธน.ไบเดนจะเข้าร่วมการประชุม G20 ที่อินโดนีเซีย วันที่ 15-16 พ.ย. หลังจากนั้นจะบินตรงกลับ
กรุงวอชิงตันทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
ตามกำหนดการเดิมนั้น ปธน.สหรัฐมีกำหนดเดินทางมาไทยต่ออีก 1 วัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปค เช่นเดียวกับผู้นำประเทศสมาชิกที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลไทย รวมถึงจีนและรัสเซียด้วย
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีนี้ว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการประสานงาน
ก่อนหน้านี้ นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาบอกว่า ได้รับแจ้งว่าจะมีงานแต่งงานของ “นาโอมิ ไบเดน” หลานสาวคนโตของผู้นำสหรัฐ วันที่ 19 พ.ย. ตรงกับกำหนดการประชุม การจัดงานแต่งงานดังกล่าวถือเป็นการจัดงานแต่งงานในทำเนียบขาวครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี
แต่กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่ารัฐบาลไทยและสหรัฐยังพยายามประสานงานเพื่อให้ ปธน.ไบเดนมาร่วม
ประชุมเอเปคให้ได้
ส่วน สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน หากเดินทางมาไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมด้วย ก็จะเกิดผลดีกับประเทศไทยอย่างมากเช่นกัน
เพราะผู้ประกอบการไทยกำลังชะเง้อรอนักท่องเที่ยวจากจีนให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทยอย่างใจจดใจจ่อ
เช่นเดียวกับคนจีนก็อยากมาเที่ยวเมืองไทยเต็มแก่แล้วเหมือนกัน
ดังนั้น ถ้า ปธน.สี ตอบรับเดินทางมาไทย นอกจากจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการประชุมเอเปคแล้ว
ยังช่วยให้คนจีนหลายล้านคนหลั่งไหลเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยในระยะเวลาหลังจากนี้ไม่นานแน่นอน
ที่สำคัญยังเป็นการช่วยสยบ “เฟคนิวส์” ตอนนี้ ที่มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วโลกว่าเกิดการรัฐประหาร ปธน.สี ที่ประเทศจีนอีกทางหนึ่งด้วย
เรื่องการเดินทางของผู้นำถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะยืนยันไปล่วงหน้านานๆ ก็ไม่น่าจะดี ทั้งในเรื่องการรักษาความปลอดภัย
และความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องของความเชื่อมั่น รวมทั้งภาพพจน์บทบาทในฐานะผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลก
ถ้าใครคนใดคนหนึ่งมา แล้วอีกคนไม่มา ย่อมเกิดการเปรียบเทียบ สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับเวทีเอเปค
แต่ถ้าสุดท้ายแล้วไม่มาทั้งคู่ งานนี้ก็คงจะ “กร่อย” ลงไปไม่น้อย
เพราะขนาดปีที่แล้วไม่ได้ประชุมร่วมเจอกันแบบตัวเป็นๆ ขณะที่ตอนนี้โลกกำลังต้องการความร่วมมือฝ่าฟันวิกฤตในหลายๆ เรื่อง
พอถึงเวลาต้องการให้ผู้นำประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันในเวทีเอเปค เป็นองค์กรความร่วมมืออันดับต้นๆ ของโลก แต่กลับไม่ให้ความสำคัญ
เพียงแค่ห่วงงานแต่งหลานสาวซะงั้น
หรือว่ามีเหตุผลอื่น เชื่อว่าช่วงใกล้ๆ จะถึงวันงานคงชัดเจนขึ้นว่า ถึงที่สุดแล้วทั้งสองผู้นำจะมาหรือไม่
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

