ชัยชนะ เพื่อไทย
แลนด์สไลด์ ‘เลือกตั้ง’
กลิ่น รัฐประหาร
ในที่สุด ชัยชนะจากการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ของพรรคเพื่อไทย ก็ได้กลายเป็น “ปัจจัย” อันล่อแหลมหนึ่งในทางการเมือง
นอกเหนือจาก “30 กันยายน”
นี่อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อ หากมองจากความดีใจของพรรคเพื่อไทย และการทุ่มเทอย่างสุดกำลังผ่าน “ครอบครัว” เพื่อไทย
กระนั้น แนวโน้มแห่งความหวาดกลัวก็แผ่กระจาย
มิได้เป็นความหวาดกลัวจำเพาะแต่จาก 1 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นคู่สัประยุทธ์โดยตรงในทุกสมรภูมิ
หากยังมาจากหลายพรรคการเมือง
ไม่ว่าจะจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะจากพรรคประชาธิปัตย์ หากแม้กระทั่งพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคสร้างอนาคตไทย
ความหวาดกลัวนี้เองที่กลายเป็นปัจจัย
ถามว่ารัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เกิดจากอะไร รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เกิดจากอะไร
ตอบได้เลยว่า มาจาก “ความกลัว”
โดยพื้นฐานก็คือ ความกลัวต่อความพ่ายแพ้อย่างซ้ำซาก ไม่ว่ามองจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่ามองจากพรรคภูมิใจไทย
กลัวต่อชัยชนะของพรรคไทยรักไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548
กลัวต่อชัยชนะของพรรคเพื่อไทยที่สามารถส่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
จึงเกิดกลยุทธ์ “บอยคอต” ต่อ “การเลือกตั้ง”
บอยคอตต่อการเลือกตั้งก็ยังไม่สามารถกำราบต่อชัยชนะของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทยลงได้
จึงต้องเลือกเข้าสู่หนทาง “รัฐประหาร”
ประสบการณ์จากชัยชนะของพรรคไทยรักไทย ประสบการณ์จากชัยชนะของพรรคพลังประชาชน ประสบการณ์จากชัยชนะของพรรคเพื่อไทย
นับวันยิ่งทรง “ความหมาย” ยิ่ง “สำคัญ”
พลันที่มีการจัดวางบทบาทของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ผ่านครอบครัวเพื่อไทย จึงได้บังเกิดเสียงเตือน
ระวัง จะซ้ำรอย “พ่อ” ซ้ำรอย “อา”
ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยวางจังหวะก้าวในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างรอบคอบและรัดกุม
สร้างจุด “ต่าง” จาก “ก้าวไกล”
วางระยะห่างจากการเคลื่อนไหวอย่างอึกทึกครึกโครมของเยาวรุ่นที่พัฒนาและยกระดับเป็น “คณะราษฎร 2563”
แต่ก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มร้อย
สัญญาณ “เตือน” ให้ระวัง อาจไม่ได้เลือกตั้ง สัญญาณเตือนจากความหวาดกลัวเป็นทบเท่าทวีคูณจากกระแส “แลนด์สไลด์”
จึง “แหลมคม” เป็นลำดับ
แหลมคมในสภาวะ “ถดถอย” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แหลมคมอย่างมีลักษณะสะเทือนต่อ “ระบอบ” ที่มั่นคงจาก 2 รัฐประหารล่าสุด
มองหลังก็ “รัฐประหาร” มองหน้าก็ “รัฐประหาร”

