09.00 INDEX คำวินิจฉัย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความศักดิ์สิทธิ์ ศาลรัฐธรรมนูญ
เหตุปัจจัยอะไรทำให้การอ่าน “คำวินิจฉัย” ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน มีความสำคัญและทรงบทบาทในลักษณะอันเป็นผลสะเทือน
คำตอบ 1 เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเพื่อชี้ขาด “สถานะ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
คำตอบ 1 เนื่องจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความแจ่มชัดในความรับรู้ของสังคมนับแต่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 มาแล้ว
ความแจ่มชัดนี้เองจึงทำให้สังคมจับตามองว่า หากการดำรงตำแหน่งจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 มายังเดือนสิงหาคม 2565 ไม่ใช่การดำรงตำแหน่ง 8 ปี แล้วศาลรัฐธรรมนูญมีเหตุผลอย่างไร
จึงเท่ากับว่า การดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 8 ปีหรือไม่ของ พล. อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความสำคัญอยู่แล้ว คำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยิ่งมีความสำคัญ
ด้านหนึ่ง เป็นการวินิจฉัยต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้านหนึ่ง ก็เป็นการวินิจฉัยต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรม
ทุกสายตาจึงทอดจับไปยัง “ศาลรัฐธรรมนูญ” เป็นจุดเดียว
กล่าวสำหรับสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับตั้งแต่มีการยื่นเรื่องราวโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน นับตั้งแต่มีคำสั่งศาลรัฐ ธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
บทสรุปต่อสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็แตกออกเป็น 2 แนวทางอย่างเด่นชัด
แนวทางที่เห็นว่าครบ 5 ปี แนวทางเห็นว่าไม่ครบ 8 ปี
สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป สะท้อน ให้เห็นถึงความต้องการให้ดำรงอยู่และได้ “ไปต่อ” ในทางการเมืองอย่างเด่นชัด
ความละเอียดอ่อนอยู่ตรงที่บรรทัดฐานแห่งการวินิจฉัยคือข้อกฎหมาย มิได้ขึ้นอยู่กับความต้องการ ขณะที่ความเป็นจริงที่ดำรง อยู่อย่างเด่นชัดเป็นอีกแบบหนึ่ง
“ความรู้สึก” จึงได้กลายเป็น “ปัจจัย” สำคัญในทางการเมือง
การวินิจฉัยและการอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 30 กันยายนจึงกลาย เป็นประเด็นขึ้นมาในทางการเมือง และมีส่วนอย่างสำคัญต่อทิศทางในอนาคตของสังคมประเทศไทย
การแสดง “ความรู้สึก” ของประชาชนจึงมีความแหลมคม
เป็นความแหลมคมว่าจะโน้มเอนไปในทิศทางแบบใด เห็นชอบด้วยกับคำวินิจฉัย หรือสวนทางกับคำวินิจฉัย
วันที่ 30 กันยายนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

