สถานีคิดเลขที่ 12 : ประชามติยูเครน-คสช.
เห็นข่าวแล้วก็ขำทันที หมายถึงข่าวใหญ่ระดับโลก ที่มีอะไรคล้ายๆ กับเรื่องราวในบ้านเมืองเราเป็นอย่างมาก กรณีการจัดทำประชามติใน 4 แคว้นของยูเครน ในท่ามกลางศึกสงคราม แถมเป็น 4 แคว้นที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังรัสเซีย
จัดให้ประชาชนยูเครนลงประชามติว่า 4 แคว้นดังกล่าวควรเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียหรือไม่
ให้ประชาชนลงมติ ขณะที่ทหารรัสเซียถือปืนเดินว่อน เช่นนี้แล้วก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อได้ว่า เป็นกระบวนเสรีและยุติธรรมตามที่รัสเซียกล่าวอ้าง
จริงอยู่เบื้องหลังสงครามรัสเซียบุกยูเครนนี้ มีความสลับซับซ้อน มีเกมอำนาจระหว่างมหาอำนาจตะวันตกกับรัสเซียเข้ามาพัวพัน ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลความจำเป็นคนละแบบ
แต่กล่าวเฉพาะวิธีการจัดทำประชามติว่าควรจะให้ดินแดนบางส่วนของยูเครนกลับไปอยู่กับรัสเซียแบบนี้
เขาเรียกว่าประชามติภายใต้ปากกระบอกปืน
ดังนั้น บรรดาชาติต่างๆ ทั่วโลกจึงพากันป่าวประณาม ถือเป็นประชามติที่เชื่อถือไม่ได้ เป็นเพียงทำทุกอย่างเพื่อผนวกดินแดนเหล่านี้ไปขึ้นกับรัสเซีย
แถมสงครามรัสเซียบุกยูเครนก็ดำเนินมาถึง 7 เดือนแล้ว เป็นสงครามที่ขาดความชอบธรรมและประชาชนยูเครนกับกองทัพเขาก็สู้กันขาดใจ เพราะมีเป้าหมายความมุ่งมั่นชัดเจนกว่า
แทนที่จะแก้ความขัดแย้งด้วยสติปัญญาและการพูดคุยเจรจา กลับใช้สงครามที่มีแต่การทำลาย มีแต่สร้างความเสียหายให้กับชีวิตประชาชน บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างที่งดงามด้วยศิลปะ
แล้วก็อย่างที่บอกพอเห็นข่าวทำประชามติดังกล่าว ก็ขำอย่างมากๆ เพราะนึกถึงประชามติในไทยเรา ในช่วงที่ คสช.รัฐประหารยึดอำนาจ แล้วเขียนรัฐธรรมนูญที่กล่าวกันว่า “เขาอยากอยู่ยาว”
ประชามติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่จัดลงคะแนนเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นั้น
เป็นการทำประชามติภายใต้กระบอกปืนคณะรัฐประหาร
ไม่ต่างจากประชามติยูเครนภายใต้กระบอกปืนของทหารรัสเซีย
ตอนที่จัดทำประชามติยุค คสช.นั้น ยังมีการใช้อำนาจกฎอัยการศึก กวาดจับนักกิจกรรมที่ออกมาให้ข้อมูลโต้แย้งเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ โดนเข้าคุกกันระนาว
ถ้าจะให้เป็นประชามติที่เที่ยงธรรม มากด้วยเสรีจริงๆ
ต้องยอมเปิดให้อีกฝ่ายเขาสามารถรณรงค์ข้อมูลอีกด้าน ให้ประชาชนพิจารณาก่อนตัดสินใจ
แถมการเขียนข้อความให้ประชาชนลงมติก็กำกวม อ่านแล้วงงๆ แล้วไปกาให้ความเห็นชอบทั้งที่ยังไม่เข้าใจเนื้อแท้เพียงพอ
จะเขียนว่า มีบทเฉพาะกาลให้ 25 ส.ว.โหวตตั้งนายกฯได้ก็ไม่เขียนตรงๆ ในโวหารอ้อมค้อมจนคนอ่านไม่เข้าใจ
“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติสมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่าในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”
ดังนั้นกระแสต่อต้านรัฐธรรมนูญ 2560 และเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงกระหึ่มมาตลอด
เป็นกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม เหมือนๆ กันทั้งประชามติ คสช. และประชามติรัสเซียในยูเครน
ประชามติภายใต้ปากกระบอกปืนเหมือนๆ กันด้วย
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

