หน้าแรก การเมือง สรท. ไม่ขัดข้...

สรท. ไม่ขัดข้องใครนั่งนายกฯ เน้นทำงาน เพิ่มความเชื่อมั่นต่างชาติ หวังศก.ไทยพ้นหลุมดำ

30.09.22 | 16:30 น.

สรท. ไม่ขัดข้องใครนั่งนายกฯ ขอเพียงให้ต่างชาติเห็นภาพ ‘มีเสถียรภาพและเชื่อมั่นได้’ หวังศก.ไทยพ้นหลุมดำ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สำหรับภาคเอกชน ไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรธน.ออกมาอย่างไร แต่สิ่งที่เราคำนึงมากสุด 2 เรื่องคือ1.จะทำอย่างไรให้เสถียรภาพกลับคืนขึ้นมาได้เร็ว และ 2. ต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้เรื่องผลการวินิจฉัยและการเคลื่อนไหวจากนี้ จะเป็นตัวแปรเพิ่มในแง่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุน

เนื่องจากตอนนี้ประเทศไทยเจอปัจจัยต่างๆแยะมากแล้ว ตั้งแต่สงครามความขัดแย้ง ส่งผลต่อราคาน้ำมันเพิ่ม ต้นทุนสูง ล่าสุดต้นทุนจากค่าไฟสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทเคลื่อนไหวรวดเร็วและอ่อนค่าเร็วเกินไป บวกกับภาวะเงินเฟ้อทรงตัวระดับสูง

“เอกชนเราอยากได้คณะบริหารประเทศที่มีเสถียรภาพและความเชื่อมั่นกลับมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างไม่สะดุด ไม่แค่ในประเทศ ต่างชาติก็จับตามองการบริหารจัดการภายในประเทศของไทย หลายเรื่องที่ต้องขับเคลื่อน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไทยจะเปิดรับนักทองเที่ยว จากนั้นกลางเดือนพฤศจิกายน ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ(เอเปค) ซึ่งใกล้เคียงกับการประชุมจี 20 มีเรื่องการตัดสินใจระดับผู้นำที่จะเข้ามาร่วมงานทั้ง 2 นี้ด้วย

ดังนั้น เรื่องสำคัญของไทยคือต้องสร้างความเชื่อมั่นการเดินทางเข้าไทย ว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร เป้านักท่องเที่ยวเข้าไทยปีนี้ 10 ล้านคนถือว่าท้าทาย หากได้ตามเป้าหมายจะทำให้เงินไหลเข้าประเทศ นอกจากภาคส่งออกที่ยังดีอยู่ เมื่อการท่องเที่ยวฟื้น จะส่งผลต่อความหวังและการฟื้นตัวของภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ที่เขารอมา 3 ปีแล้ว ทั้งด้านอาหาร บริการต่างๆ”

นายชัยชาญ กล่าวต่อว่า ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็อยากให้คำนึงถึงเรื่องทางออก และการแก้ไขที่ไม่กระทบต่อภาคเศรษฐกิจและภาพพจน์ในสายต่างชาติ เชื่อว่าทางการเมืองต้องเตรียมไว้อยู่แล้ว แม้จะมีการเลือกตั้งหรือปรับอะไรเชื่อว่าต้องพร้อมที่จะมีตัวบุคคลหรือทีมงานในการบริหารประเทศ ไม่ว่าหวยการตัดสินออกมาอย่างไร ขอย้ำต้องคำนึงเรื่องมุมมองต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ก่อนนี้เราพึ่งพาภาคส่งออก จากนี้ก็อยากเพิ่มภาคท่องเที่ยว และภาคบริการ และภาคลงทุนในระยะถัดไป

Advertisement

“อยากให้ทุกคน มองว่าเศรษฐกิจต้องโตต่อเนื่อง ไม่ควรสร้างหลุมอากาศอีกต่อไป ธุรกิจ เราหยุดกันมานานเกินไปแล้ว ตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราก็เติบโตกันทุกคนแล้ว เพราะในสายตาต่างชาติ จะมาเที่ยว มาลงทุน เขามองเรื่องเสถียรภาพและความั่นคง ไม่ว่านายกรัฐมนตรีเป็นใคร หรือ ใครนั่งรัฐมนตรี ธุรกิจก็ต้องเดินหน้า ประเทศก็ต้องเดินหน้า”

เรื่องเงินบาทอ่อนค่า นั้น สรท. ยังมองค่าเงินบาทไม่น่าจะอ่อนถึง 39-40 บาทต่อเหรียญ มีโอกาสเคลื่อนไหว 37-38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยดูข้อมูลย้อนหลังการเคลื่อนไหวของค่าเงินหลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ก็จะมีผลต่อค่าเงินบาทแกว่งเพียง 1-2 สัปดาห์ และสังเกตุว่าการสวิงลดลง อาจเพราะรับรู้แล้วว่าเฟดจะขยับดอกเบี้ย ตลาดหุ้นก็รับรู้ไว้แล้ว ตอนนี้การส่งออกไปได้ดี กำลังเร่งเรื่องการส่งออกอาหาร ที่ไทยเด่น 3 เดือนจากนี้ ต้องผลักดันให้แยะที่สุด แต่ที่กำลังติดตามคือ 2 ตัวแปร คือ 1. ปัญหาการขาดแคลนชิป มีความรุนแรงมั้ยในปลายปีนี้ หากมีจะส่งผลต่อผลิตรถยนต์ 2. การฟื้นตัวของจีน ซึ่งไทยส่งออกไปจีนติดลบมา 2-3 เดือนแล้ว ก็กำลังดูว่าหลังจีนผ่อนคลาย เปิดปรเะเทศ อุตสาหกรรมที่เอาวัตถุดิบไปผลิตต่อ เช่น เม็ดพลาสติก แคมีภัณฑ์ ยางพารา เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ เพื่อนำไปผลิตจะชะลอตัวหรือเปล่า หาก 2 กลุ่มนี้ชะลอย่อมมีผลในอนาคต แต่เชื่อว่าเอกชนเอาอยู่ สำหรับผู้ส่งออกและประคองส่งออกทั้งปี 2565 ได้บวก 8% จากมองไว้ 10 % เพราะเจอในเรื่องต้นทุนและวัตถุดิบเพื่อผลิตขาดในบางช่วง ปี 2566 ตัวเลขกำลังประเมินและเแถลงเป้าหมายส่งออก 3 เดือนที่เหลือปีนี้และปี 2566 ซึ่งจะความชัดเจนในเดือนตลุาคมนี้

อย่างไรก็ตาม เงินบาทอ่อน 38 บาทต่อเหรียญ ไม่กังวล เทียบต้นทุนหากเกิน 35 บาทต่อเหรียญถือว่าเป็นโบนัสจากส่งออก และยังไม่ถึงขั้นการกดราคาปลายทางหรือชะลอการรับมอบสินค้าจากไทย ตอนนี้คำสั่งซื้อล่วงหน้าดี เพราะต้องสต็อกเพื่อขายในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะถึง