สพม.เผย ผลสำรวจความเห็นปชช. ให้ปชช.มีส่วนร่วม-โล๊ะพรรคการเมือง-กกต.ชุดปัจจุบัน

แฟ้มภาพ

สพม.เผย ผลสำรวจความเห็นปชช.ทั่วประเทศเบื้องต้น พบส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ปชช.-ภาคประชาสังคม- พรรคการเมือง มีส่วนร่วมในกระบวนการก่อนลต.-ร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนน-นับคะแนน หนุนเอาผิดนักการเมืองที่บกพร่องทางคุณธรรม-จริยธรรม พร้อมเห็นด้วยให้เซ็ตซีโร่กกต.ชุดปัจจุบัน เพื่อปรับโครงสร้าง กระบวนการทำงาน แต่ไม่เห็นด้วยให้มหาดไทยจัดเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นและการรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง จากกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จำนวน 2,502 คน และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโดยคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดภาคต่างๆ รวมทั้งการสนทนากลุ่ม (Fogus Group ) ผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง สามารถสรุปผล(เบื้องต้น) ดังต่อไปนี้ 1.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางในการส่งเสริมภาคประชาสังคม ประชาชนและพรรคการเมืองให้มีส่วนร่วมในกระบวนการก่อนการเลือกตั้ง เช่น ให้ภาคประชาสังคม ประชาชนและพรรคการเมืองควรมีส่วนร่วมในการกำหนดเขตเลือกตั้งร่วมกับกกต. ให้สมาชิกพรรคในแต่ละจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกส.ส.(Primary Vote) การจัดทำฐานข้อมูลภูมิหลังประวัตินักการเมือง ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองเปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐเพื่อให้คณะกรรมการจากภาคประชาสังคม พรรคการเมือง กกต. ร่วมกันตรวจสอบ ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องผ่านหลักสูตรการอบรมของกกต.หรือสถาบันที่มีกฎหมายรองรับ ต้องแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เพิ่มช่องทางให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้งที่ง่ายขึ้น ลดค่าธรรมเนียมในการรับสมัครรับเลือกตั้งทำให้เกิดการเมืองต้นทุนต่ำเพื่อป้องกันการเมืองต่างตอบแทนหรือการทุจริตคอร์รัปชั่นหลังเข้าสู่อำนาจ

2.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพิ่มช่องทางและวิธีการงคะแนน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นและป้องกันคะแนนเสียงจัดตั้ง เช่น เพิ่มจำนวนวันเลือกตั้ง ขยายเวลาการลงคะแนนเสียง ลงคะแนนเลือกตั้งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจูงใจให้ไปใช้สิทธิ เช่น ให้ส่วนลดในการจ่ายภาษี การให้รางวัลประชาชน การให้คูปองสำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า เพราะเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ควรจะต้องมีส่วนร่วมอยู่แล้ว 3.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการประสานงานระหว่างกกต.หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการฝึกอบรมและสลับสับเปลี่ยนบุคลากรเข้ามาทำหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการให้ภาคประชาสังคม พรรคการเมือง มีตัวแทนร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนนและการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งตรวจสอบการเลือกตั้งในทางลับได้

5.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการลดต้นทุนการโฆษณาหาเสียง และกำหนดรูปแบบการโฆษณานโยบายของพรรค เช่น การสนับสนุนการหาเสียงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การกำหนดให้ป้ายหาเสียงมีขนาดและสถานที่ติดตามที่กกต.กำหนดเท่านั้น การกำหนดให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในลำดับที่ 1 ของพรรคการเมืองนั้นต้องอภิปรายนโยบาย 3 ครั้ง ผ่านสถานีโทรทัศน์ 6.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองเป็นความผิดฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เช่น ให้กกต.มีอำนาจส่งเรื่องให้ป.ป.ง.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ และลงโทษให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะและมิให้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

7.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการลงโทษสมาชิกพรรคการเมืองที่เป็นผู้บกพร่องด้านคุณธรรม จริยธรรม หรือกระทำผิดวินัยของพรรคการเมือง เช่น สมาชิกพรรคการเมือง อาจเข้าชื่อร้องขอให้พรรคการเมืองมีมติให้สมาชิกภาพของผู้นั้นสิ้นสุดลง ส.ส.ที่ถูกมติพรรคให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ก็ให้สมาชิกภาพส.ส.ของผู้นั้นสิ้นสุดลงด้วย 8.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางในการสอบบัญชีของพรรคการเมือง รวมทั้งแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกประเภทของผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงิน ต้องแจ้งรายงานการทำธุรกรรมทางการเงินตามที่กกต.ร้องขอ

9.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการให้พรรคการเมืองในปัจจุบันสิ้นสภาพ (เซ็ตซีโร่) เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพรรคการเมืองฉบับใหม่ แต่กลุ่มตัวอย่างอีกส่วนหนึ่งเห็นว่า ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นมิได้มีสาเหตุมาจากพรรคการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งปัญหาของพรรคการเมืองก็ไม่สามารถจะแก้ไขได้ด้วยการเซ็ตซีโร่เพียงเท่านั้น และการดำเนินการดังกล่าวจะยิ่งส่งผลให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ และ10.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการให้กกต.ชุดปัจจุบันสิ้นสุดลง (เซ็ตซีโร่) เพื่อดำเนินการปรับปรุงโครงสร้าง กระบวนการทำงาน และสรรหากกต.ชุดใหม่ แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการให้กระทรวงมหาดไทยมีส่วนร่วมในการบริหารการจัดการเลือกตั้ง เพราะกกต.มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย งบประมาณ บุคลากร มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอต่อการดำเนินการอยู่แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon