‘จุรินทร์’ ปลุกลูกพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง มั่นใจรอบหน้า ปชป.คัมแบ๊กแน่นอน

2.10.22 | 11:51 น.

‘จุรินทร์’ ปลุกลูกพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง มั่นใจรอบหน้า ปชป.คัมแบ๊กแน่นอน เตรียมขยายนโยบายประกันรายได้คลุมทุกกลุ่ม พร้อมนโยบายภาค เกทับ การท่องเที่ยว หารายได้เข้าประเทศน้อยกว่าส่งออก

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมอวานี พลัส เกาะลันตา จ.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมมา รัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคฯ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงานว่า ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษอีกครั้งที่เมื่อปิดสมัยการประชุมสภาฯ ทุกครั้งเราจะมีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและกำหนดทิศทางการทำงานต่อไป แต่ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งที่เราจะต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพราะสภาฯเข้าสู่ปีสุดท้ายแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถือว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นปัจจัยหนึ่งในการฉายภาพการเมืองไทย แม้จะเป็นการวินิจฉัยเฉพาะตัวนายกฯก็ตาม แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องฉายภาพบางเรื่องโดยเฉพาะวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯรวมกันไม่เกิน 8 ปี ให้นับหนึ่งตั้งแต่รัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้วันที่ 6 เม.ย. 60 ดังนั้นหากนับนิ้วดูมาวันนี้ก็ 5 ปี 5 เดือน ถ้าต้องไปครบวาระสภาฯ ก็เดือนมีนาคม 66 ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ได้อีกประมาณ 2 ปีรัฐบาลจึงจะยังเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินได้ต่อไป

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ภารกิจสำคัญของรัฐบาลในช่วงครึ่งปีสุดท้ายนี้ มี 2 เรื่อง คือ 1.การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค และ 2.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญโดยต้องยอมรับว่าขณะนี้ตัวขับเคลื่อนจีดีพีของไทยที่สำคัญคือการส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สามารถทำงานร่วมกับภาคเอกชนโดยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในปี 2564 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดการส่งออกได้ถึง 8.5 ล้านล้านบาท ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 9 ล้านล้านบาท มั่นใจว่าจะสามารถทำได้ ขณะที่เครื่องจักรการท่องเที่ยวยังไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มสูบเป็นแค่ตัวเสริม ซึ่งต้องรอจนกว่าสถานการณ์โลกจะคลี่คลาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตามปกติ การท่องเที่ยวจึงจะมาตีคู่กับการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ซึ่งนโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นสิ่งที่ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ซึ่งในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา สามารถเดินหน้าไปได้แม้เราต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิดและสถานการณ์การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกก็ตามแต่ 3 ปีในการร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์สร้างผลงานเกินตัว เกิน 52 เสียงที่มีอยู่

นายจุรินทร์กล่าวถึง 2 ภารกิจของพรรคฯ 6 เดือนก่อนสภาฯ หมดวาระ คือ ต้องทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลต่อไป ทั้งในทางการเมืองขับเคลื่อนประเทศ บริหารราชการแผ่นดินในกระทรวงที่รับผิดชอบ ซึ่งต้องเร่งสร้างผลงาน ต่อเนื่องให้เป็นรูปธรรมและยืนหยัดประโยชน์ส่วนรวมมั่นใจประชาธิปัตย์ แม้จะมี 52 เสียง แต่จะเป็นพรรคการเมืองที่เป็นที่พึ่งหวังประชาชน กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และประโยชน์สูงสุด ไม่หวั่นไหว และจุดยืนกรรมการบริหารพรรคก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเรื่อง กยศ. กัญชา และทุกเรื่อง ต้องทำในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

Advertisement

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้องเตรียมการเลือกตั้ง เพราะเหลืออีก 6 เดือน ซึ่งพรรคฯก็เตรียมตัวพอสมควรทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และแต่งตั้ง คณะกรรมการเตรียมการเลือกตั้ง ตามโครงสร้างไปแล้ว แต่จะมีคณะทำงานอีกชุดจำนวน 15 คน จากกรรมการบริหารพรรค 45 คน ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการเพื่อทำงานตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

นายจุรินทร์กล่าวย้ำถึงเป้าหมายการเลือกตั้งคือ ส.ส. เดิมต้องกลับมาทั้งหมด โดยพรรคต้องทุ่มเท สรรพกำลัง เอาพวกเรากลับมาในการเลือกตั้งให้ได้ และต้องทำให้ประชาชนยอมรับมากกว่าเดิม เพราะต้องจับมือและเดินไปข้างหน้า ส่วนภารกิจการเตรียมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ ต้องเติมในส่วนที่ขาด และต้องตัดสินใจให้ได้ในส่วนที่ยังไม่ได้ ภายใต้กติกาการเลือกตั้งบัตรสองใบ รวมถึงจะมี นโยบายพรรคและนโยบายภาค โดยขยายนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ไปยังกลุ่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะทำให้ตกผลึกโดยเชิญทุกคนมาให้ความเห็นก่อนประกาศเป็นนโยบายพรรคต่อไป ซึ่งตนนี้ทำไปบ้างแล้วแต่ต้องการให้ทุกคนมามีส่วนร่วมด้วย

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นได้ให้รองหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาค เตรียมผู้สมัครให้พร้อม โดยส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาให้ตนว่าใครมีความเหมาะสม แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปตามนั้น เพราะต้องผ่านกระบวนการพรรคฯตามขั้นตอน รวมทั้งขอให้รองหัวหน้าภาคสรุปนโยบายภาค แล้วส่งกลับมาให้กรรมการนโยบายและผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคฯ ภายในสองสัปดาห์

“พรรคประชาธิปัตย์ มีว่าที่ผู้สมัครเดินเข้าพรรคหลายคน ทั้ง มีคนรุ่นใหม่ และมีศักยภาพ ทั้งที่เคยเป็น ส.ส. และเป็นคนรุ่นใหม่ มีความตั้งใจ มีศักยภาพร่วมอุดมการณ์กับพรรคฯ ผมอยู่ในพรรคมาหลายยุค เห็นการเตรียมการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่มีความพร้อมไม่แพ้หลายยุค และพร้อมเดินหน้าก้าวเข้าสู่การเลือกตั้ง เพียงแต่ขอให้ทุกคนช่วยกันทุ่มเท หนักแน่น และเป็นเอกภาพ ผมมั่นใจว่าถ้าเราทำได้แบบนี้ การเลือกตั้งเที่ยวหน้าประชาธิปัตย์คัมแบ๊กแน่นอน” นายจุรินทร์กล่าว

จากนั้นเป็นการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่อย่างเป็นทางการทั้ง 3 เขต ได้แก่ 1. นายธนวัช ภูเก้าล้วน (เคี่ยง) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 1 อ.เมือง และ อ.เหนือคลอง ซึ่งเป็นนักปฏิบัตินักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ งานกิจกรรมเพื่อสังคมของตระกูล “ภูเก้าล้วน” 2. นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 อ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา และ อ.เขาพนม และ 3. น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชื่อรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่เขต 3 อ.ลำทับ อ.คลองท่อม และ อ.เกาะลันตา