09.00 INDEX ดุลอำนาจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับบทบาท ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พลันที่มีความพยายาม ผลักดันชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ “ปฏิกิริยา” ก็เกิดตามมา
เป็นปฏิกิริยาที่วัดใจทั้งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แม้สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันนี้เคยผ่าน “การทดสอบ” มาแล้วในห้วงก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 แต่สถานการณ์ในเดือนตุลาคม 2565 แตกต่างออกไป
ไม่เพียงเพราะว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพิ่งผ่านซ้อมการปฏิบัติราชการในสถานะแห่ง “นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น หากแต่จะต้องจุดอันต่างไปจากกรณีของ นายอุตตม สาวนายน
หากเทียบบารมีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ นายอุตตม สาวนายน ย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อนำชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้ามาย่อมไม่เหมือนกัน
ความไม่เหมือนอย่างแรกที่สุดก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในสถานะซึ่งเป็น “พี่ใหญ่” เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอย่างยาวนานตั้งแต่เมื่อ 50 กว่าปีก่อน
คำถามอยู่ที่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังจะเล่นในบทบาท “พี่มีแต่ให้” เหมือนที่เคยปฏิบัติอย่างต่อเนื่องหรือไม่
สถานการณ์หลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเมื่อ วันที่ 30 กันยายน ทำให้ความแข็งแกร่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 แปรเปลี่ยนไป
ขณะเดียวกัน คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ก็ทำให้สถานะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แปรเปลี่ยนไปอีกด้วย
ความหมายของคำสั่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม คือการยืนยันว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมิได้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไปแล้ว
ในเมื่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ประกาศความพร้อม ในเมื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็ประกาศความพร้อม แล้วเหตุใด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่พร้อม
ยิ่งกว่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ได้เพียงปี 2568
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า งานแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นจะต้องรีบสะสางโดยเร็วคือการสร้างเอกภาพขึ้นภายในระหว่างพี่น้อง “กลุ่ม 3 ป.” ด้วยกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบทบาท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จะยังกดให้ไม่มีสถานะอะไรนอกเหนือจาก “รองนายกรัฐมนตรี” ลอยๆ หรือว่าจะขยับให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นในลักษณะตัวแทน
หรือว่าจะเสาะหา “คนใหม่” ในบทอันเป็น “ทายาท” การเมือง

