‘ชัยธวัช ตุลาธน’ แม่บ้านก้าวไกล ฮึดดัน ‘พิธา’ นายกฯ

4.10.22 | 10:14 น.

‘ชัยธวัช’ แม่บ้านก้าวไกล ฮึดดัน ‘พิธา’นายกฯ

หมายเหตุ : นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงยุทธ์ศาสตร์การเตรียมความพร้อมและเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคก.ก. โดยมีเป้าหมายในการเป็นพรรครัฐบาล

⦁ ความพร้อมของพรรค ก.ก.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งเป้า ส.ส.ไว้กี่ที่นั่ง

นอกจากการปฏิรูปพรรคเพื่อทำให้เข้มแข็ง เป็นพรรคการเมืองที่แข็งแรงมากขึ้นเพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง เราจะเน้น 2 เรื่องคือ 1.การสรรหา และการพัฒนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และ 2.การพัฒนานโยบายเพื่อเตรียมเสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้ง ส่วนเป้าหมายในการเลือกตั้ง แน่นอนคือขยายพรรคให้โตขึ้นกว่าสมัยพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ส่วนจะได้กี่ที่นั่งต้องรอดู แต่เรามั่นใจว่าจะโตกว่าสมัยพรรคอนาคตใหม่แน่นอน เรามีตัวเลขอยู่ในใจ แต่ถ้าพูดไป รวมกับทุกพรรคก็คงจะได้รวมๆ กันสักพันที่นั่ง เมื่อดูจากพื้นฐาน และศักยภาพตามความเป็นจริง เราคิดว่าเรามีศักยภาพโตได้มากกว่าเดิม แม้ระบบการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเป้าหมายหลักคือ ส.ส.เขตที่ตอนนี้เราคุยกันว่าในอนาคตจะต้องเป็นพรรคหลักเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่พรรคการเมืองหลักที่จะเข้าไปบริหารประเทศจะเป็นพรรคที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ไม่ว่าระบบการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เป้าหมายในอนาคตเราจะต้องเป็นพรรคที่มี ส.ส.เขตเป็นส่วนใหญ่ที่มาจากทุกภูมิภาคให้ได้ เพื่อเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ

⦁ จุดแข็งและจุดขายเรื่องใดของพรรค ที่จะนำไปสู่ชัยชนะตามที่ตั้งเป้าไว้

ผมคิดว่านอกจากนโยบายแล้วอีกอย่างคือ การเป็นพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงและความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันวาระที่ก้าวหน้าให้กับสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม อีกอย่างหนึ่งคือ แนวคิดและวิธีการทำงานทางการเมืองใหม่ๆ การยกระดับการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้พิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนเห็นตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงปัจจุบัน เราเชื่อมั่นว่าเป็นผลงาน และการกระทำที่พิสูจน์ให้เห็นในเชิงประจักษ์ชัดเจนมากกว่าคำพูดว่า เมื่อประชาชนมอบความไว้วางใจ และคะแนนเสียงให้เราแล้ว เราทำงาน และมีจุดยืนอย่างไร จึงคิดว่าจะทำให้ประชาชนจำนวนมากมอบความไว้วางใจให้เรามากขึ้นกว่าสมัยการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แม้ในปีนั้นกระแสพรรคอนาคตใหม่จะพุ่งขึ้นสูง 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง แต่ประชาชนจำนวนมากยังรู้จักเราน้อยมาก หรือรู้จักเรา และชอบความคิดเรา แต่ยังไม่เชื่อมั่นว่าหากให้คะแนนไปแล้วจะได้ ส.ส.กี่เสียง และจะทำงานได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำงานในสภาได้ดี ดังนั้น จึงเชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจมากขึ้น และประชาชนจำนวนมากคงอยากจะเห็นพรรค ก.ก.เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ เพื่อดูว่าเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วประเทศจะเป็นอย่างไร

Advertisement

⦁ วิธีการจะชนะ ส.ส.เขตเป็นอย่างไร

ผมคิดว่าไม่มีอะไรมากกว่าการทำงานให้หนัก และเข้าถึงประชาชนให้ลึกและกว้างที่สุด อาศัยกระแสอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องอาศัยผู้สมัครและทีมงานของพรรคที่ทำงานอย่างหนัก เรื่องบ้านใหญ่เราก็ไม่ได้กังวล เพราะวิถีการทำงานการเมืองแตกต่างกัน จึงแข่งกันคนละสนามและคนละแบบ คราวที่แล้วการที่พรรคอนาคตใหม่ชนะ ส.ส.เขตเป็นเรื่องที่ทำลายเพดานความคิดเดิม เพราะไม่มีคนเชื่อว่าการที่พรรคทำงานโดยไม่ใช้เงิน และไม่ได้ส่งคนที่มีชื่อเสียง เป็นลูกหลานของคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองที่มีอิทธิพลในพื้นที่ จะชนะเลือกตั้งได้ แต่เราพิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ และคราวนี้เราเชื่อมั่นว่า ส.ส.เขตของเราจะโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

⦁ หลายพรรคชูเรื่องแก้เศรษฐกิจ กับแคนดิเดตนายกฯที่มีสเปกแก้เศรษฐกิจได้ พรรค ก.ก.มีแนวทางอย่างไร

แน่นอนว่าในการเลือกตั้งใหญ่แคนดิเดตนายกฯสำคัญมาก ดังนั้น เรายังเชื่อมั่นว่าแคนดิเดตนายกฯของเราคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯที่ดีที่สุดในสนามการเลือกตั้งตอนนี้ ในแง่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และการเข้าใจโลกสมัยใหม่ และสามารถประสานกับโลกสมัยเก่าได้ คือสามารถประสานระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ได้ และพร้อมที่จะนำพาประเทศเข้าไปเผชิญโลกสมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ เราจึงมั่นใจในแคนดิเดตนายกฯของพรรค ก.ก. ส่วนเรื่องนโยบาย ในช่วงที่ประเทศไทยและประชาชนบอบช้ำมาก ทั้งความล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหลังการรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2549 มาประเทศไทยก็ถอยหลังลงเรื่อยๆ เมื่อเจอวิกฤตโควิด-19 ซ้ำเติมสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในระดับโลก ปัญหาเฉพาะหน้าปฏิเสธไม่ได้ว่าคือการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ทั้งปัญหาหนี้สิน ปัญหาการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ล้มหายตายจากไปจำนวนมาก เมื่อมองไปข้างหน้าสถานการณ์ก็ไม่คิดว่าจะดีขึ้น ดังนั้น นโยบายเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์กับสังคมไทยในบริบทโลกจึงจำเป็น รวมถึงนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของสังคม และการประกอบธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่มีความไม่แน่นอนสูง

นอกจากนี้ ยังต้องมีนโยบายที่เปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง และเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ หรือบิ๊กแบง เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยการลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้กับคนเล็กคนน้อย ทั้งนี้ เรายังให้ความสำคัญกับโครงสร้างในทางการเมือง เช่น การปฏิรูปกองทัพ การสร้างสถาบันการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นและเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ให้ออกจากระบบรัฐประหาร การจัดทำรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราต้องการผลักดันมากๆ คือการปลดล็อกท้องถิ่น เพราะทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจ เป็นอิสระ และงบประมาณมากขึ้น ให้สามารถจัดการบุคลากร และการบริหารโครงสร้างในแต่ละท้องถิ่นได้เอง หากทำได้สำเร็จจะเป็นการระเบิดครั้งใหญ่ของสังคมไทย ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้สามารถเกิดการพัฒนาและตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งการยกเลิกระบบราชการรวมศูนย์ไม่ใช่นโยบายการเมืองอย่างเดียว แต่เป็นการปลดปล่อยศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งประเทศด้วย

⦁ แคนดิเดตนายกฯของพรรคจะส่งครบ 3 ชื่อหรือไม่

ผมคิดว่าเราชัดเจนที่จะเสนอนายพิธาคนเดียวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ต้องสับขาหลอก และไม่ต้องรอว่าจะเป็นใครกันแน่ เพราะจริงๆ เราควรชัดเจนกับพี่น้องประชาชน

⦁ หากกติกาเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ ในส่วนของ ส.ส.เขต 400 คน คือปัจจัยชี้ขาดผลแพ้-ชนะ พรรคมีกลยุทธ์ชิง ส.ส.เขตอย่างไร

ต่อให้ไม่เปลี่ยนระบบการเลือกตั้งจะมุ่งชิง ส.ส.เขต ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ในช่วงนี้จึงมุ่งเน้นทำงานร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั้งการพัฒนาตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต พัฒนานโยบายทั้งนโยบายระดับชาติ และนโยบายที่แตกต่างตามแต่ละพื้นที่

⦁ การคัดเลือกตัวว่าที่ผู้สมัคร เป็นคนเก่า คนที่ได้คะแนนที่สอง หรือเป็นคนหน้าใหม่

ครั้งที่แล้วผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเป็นที่ 2 หลายเขต แต่เราไม่ได้ยึดติดว่าที่ผู้สมัครรอบนี้ต้องเป็นผู้สมัครเก่า เพราะเราเป็นพรรคที่เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจทำงานทางการเมืองร่วมกัน มีความคิด จุดยืนที่จะผลักดันประเทศให้ก้าวหน้าที่สอดคล้องกัน ส่วนกระบวนการพิจารณาเพื่อคัดเลือกจะเป็นการทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการสรรหาในแต่ละจังหวัด ควบคู่กับส่วนกลางของพรรค ดังนั้น จะมีความละเอียดมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 จึงจะได้ผู้สมัครที่มีคุณภาพกว่าสมัยพรรคอนาคตใหม่อย่างชัดเจน ครั้งนี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ส่วนใหญ่จึงเป็นคนใหม่หมด ไม่ใช่หน้าเดิมในรอบที่แล้ว

⦁ การเลือกคนหน้าใหม่เกือบทั้งหมดหมายความว่าพรรคเชื่อมั่นในความนิยมของพรรคใช่หรือไม่

พรรค ก.ก.เปิดโอกาสให้กับทุกคน เราไม่มีวัฒนธรรมที่ต้องต่อแถว ต่อคิวกัน และไม่มีลำดับชั้น ยังมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมือง ผ่านการสร้างกลไกในพื้นที่จังหวัดต่างๆ และให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมกับการตัดสินใจของพรรค เราจึงมีคณะกรรมการสรรหาจังหวัดที่ทำงานร่วมกับส่วนกลาง

⦁ กังวลหรือไม่และเตรียมรับมืออย่างไร หากพรรค ก.ก.ชนะเลือกตั้งได้ ส.ส.มาจำนวนมากแล้วจะถูกอภินิหารต่างๆ ตัดตอน

จากกรณีพรรคอนาคตใหม่ได้ทำให้เห็นแล้วว่า หากมีความมุ่งมั่น และเจตจำนงชัดเจนเพื่อเปลี่ยนประเทศนี้ให้ก้าวหน้ามากขึ้น ย่อมมีแรงต้าน ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต้องการที่จะหยุดพวกเรา ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ขัดขวางผลประโยชน์และอำนาจของชนชั้นนำเก่า สิ่งที่เราทำได้คือการไม่ประมาท และการทำให้พรรคแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระดับฐานราก ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันภัยเราได้ดีที่สุด

⦁ กลัวว่าพอทำพรรคไปแล้วจะกลายเป็นพรรคที่ถูกการเมือง และผลประโยชน์กลืนเหมือนบางพรรคการเมืองปัจจุบันหรือไม่

เรื่องนี้เป็นความท้าทายหนึ่ง หากอยากจะเป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบัน จะต้องไม่ทำให้เป็นพรรคที่แข็งตัวจนเกินไป หรือกลายเป็นระบบราชการ มีลำดับชั้น หรือเป็นพรรคที่ไม่ได้เปิดกว้าง แต่ต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ และตอบรับความคิดใหม่ๆ ได้ การเป็น ส.ส.สมัยแรกเป็นเรื่องง่ายที่จะปรับเปลี่ยน แต่ถ้าอยู่นานๆ ไปอาจจะแข็งตัว และเชื่องช้ามากขึ้น จึงเป็นโจทย์ของเราว่าจะทำอย่างไร เพราะหากทำงานไปเราอาจจะคิดแค่เรื่องการชนะการเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่กล้าจะทำเรื่องนั้น หรือพูดเรื่องนี้ เพราะกลัวจะกระทบต่อตำแหน่งทางการเมือง หรือความนิยมทางการเมือง จนทำให้เจตจำนงทางการเมือง หรือการผลักดันให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าค่อยๆ ลดน้อยถอยลง เราจึงต้องไม่ให้พรรคของเราเป็นแบบนั้น จนวันหนึ่งเราอาจจะตอบไม่ได้ว่าจะมีพรรคการเมืองไปทำไม ในเมื่อก็เหมือนพรรคการเมืองอื่นๆ

⦁ เมื่อประเมินดูพรรคที่ลงสนามคิดว่าพอจะมีพรรคที่สามารถจับมือร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้หรือไม่

ยอมรับว่าไม่สามารถเป็นพรรคเดียวในการจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงต้องจับมือกับพรรคอื่น พรรค ก.ก.หวังว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านปัจจุบัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเข้าไปพลิกขั้วรัฐบาลได้ ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้มาก ความคิดที่จะจับมือกับพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.อย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จึงไม่อยู่ในความคิดเลย และความจริงเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะยอมรับได้ด้วย คิดว่า เฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีเสียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

⦁พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจมีความพยายามที่จะดีลเพื่อกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

ผมคิดว่าฝ่ายที่น่าจะกังวลคือฝ่ายรัฐบาล หากการเลือกตั้งเป็นไปตามกระบวนการปกติ มีความเสรีและเป็นธรรม ไม่มีทางที่พรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.จะกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อีก