‘จุรินทร์’ ยัน ปชป.พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง มั่นใจกระแสตอบรับดี เล็งเดินสายทั่วประเทศ

6.10.22 | 13:09 น.

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการยุบสภาภายหลังการประชุมเอเปค ว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ในเรื่องยุบสภาจนถึงวันนี้ ถ้ามีความเห็นใดๆ ในทางที่จะนำไปสู่การยุบสภา ตนคิดว่าอย่างน้อยท่านนายกฯ คงมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล สำหรับเรื่องการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ที่คาดว่าฝ่ายค้านจะยื่นในการเปิดสมัยประชุมถัดไปนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเวลาก็คงจะได้มีการดำเนินการในสภาต่อไป ถ้าถามว่าพร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งหรือไม่นั้น คำตอบสุดท้ายก็คือประชาธิปัตย์พร้อม

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องกระแสตอบรับพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากการลงพื้นที่ นั้น ตนมั่นใจว่าเสียงตอบรับจากประชาชนยังดีอยู่ และจะดีขึ้นกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในทุกภาค ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในวันเสาร์นี้หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะนำ “จุรินทร์ ออนทัวร์ นครสวรรค์” ไปเปิดตัวผู้สมัคร และทยอยเปิดตัวในพื้นที่อื่นๆ ด้วยเป็นลำดับ นอกจากนี้ก็ยังมีกำหนดการเดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนทุกภาคทั่วประเทศ สำหรับปักษ์ใต้ ก็ได้วางกำหนดล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะไปออนทัวร์กี่จังหวัด ซึ่งจะไปจนครบ รวมทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย

“พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะมี 3 ขุนพลหลัก ประกอบด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) น.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) และยังมีคนใหม่ๆ อีกหลายคนรวมทั้งผู้สมัครคนสำคัญๆ ในการการรุกพื้นที่ กทม. เพื่อเพิ่มคะแนนนิยมจากประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งในส่วน กทม. ผมมั่นใจว่าดีกว่าคราวที่แล้ว ภาคอื่นๆ ก็มีคนรับผิดชอบเช่นเดียวกัน ส่วนอีกวัน สองวันนี้ ท่านองอาจ จะเปิดภารกิจสำคัญที่พรรคจะมอบหมายให้ ดร.เอ้ และมาดามเดียร์ต่อไปในสัปดาห์หน้า” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาความชัดเจน เป็นรูปธรรมได้ปรากฏแล้ว จากการที่เราเข้าร่วมรัฐบาลมาตลอด 3 ปีครึ่ง ผลงานประชาธิปัตย์ก็เหมือนที่ตนได้เคยกล่าวว่า มันเกินตัว เพราะเรามี ส.ส. เพียง 52 คน แต่ผลงานของพรรค ก็เชื่อว่าหากประเมินตามจำนวนเสียงก็เกิน 52 เสียงแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าไปดูแลราคาพืชผลการเกษตร สำหรับผลไม้ก็มีราคาดีมาก รวมถึงพืชเกษตร 5 ชนิด ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ข้าวโพด ก็มีราคาที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทุกตัว แม้อาจจะหย่อนลงบ้างตามสถานการณ์โลก ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ และผลผลิตโลกรวมกันด้วย มีผลกระทบต่อราคาพืชเกษตรในประเทศ และกระทบทั่วโลก แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

“ขณะนี้มันสำปะหลัง 3 บาทกว่า ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์นะ ราคาดีขนาดนี้ ข้าวโพดก็ยัง 12 แม้เหลือ 10 ก็ยังเยอะอยู่ เมื่อก่อนนี้ราคาเพียง 6-7 บาท ปาล์มน้ำมันอดีต กก.ละ 2-3 บาท เดี๋ยวนี้ก็ยังไป 6-10 บาท แม้ปรับลดลงบ้างก็ยัง 5-6 บาทอยู่ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ข้าว ยังเฉียดหมื่นอยู่ นี่คือภาพรวม แต่ถ้าราคาตกลงมาเมื่อไหร่ตามสถานการณ์โลก ก็ยังมีประกันรายได้เกษตรกร ที่ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของประชาธิปัตย์ ที่ผลักดันเป็นนโยบายรัฐบาลในขณะนี้ อันนี้ก็เป็น ดีเอ็นเอ ของเรา ในการขับเคลื่อนประกันรายได้ต่อไป เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรและขยายกลุ่มไปยังอีกหลายวงในการสร้างหลักประกันเรื่องรายได้ให้คนไทยต่อไป”

Advertisement

นายจุรินทร์กล่าวถึงเรื่องการส่งออก ว่า ยังเป็นพระเอกตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (จีดีพี) สำคัญ ยังถือว่าดีมาก ประสบความสำเร็จมาก โดยได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งปีที่ผ่านมา ทำรายได้เข้าประเทศสูงถึง 8.5 ล้านล้านบาท สำหรับปี 2565 ตั้งเป้ามูลค่าส่งออกถึง 9 ล้านล้านบาท ผ่านมา 7-8 เดือนแรกปี 2565 การส่งออกขยายตัว 11% ถือว่าเยอะมากขณะที่หลายประเทศยังเจอวิกฤตโควิด และตัวเลขการส่งออกยังไม่ดี แต่ของเราไปได้ ฉะนั้นสิ่งนี้จะเป็นผลงานสำคัญ และเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าต่อไปในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เราไม่เน้นความฝัน แต่เน้นโลกปฏิบัติที่ทำได้จริง และทำได้ไว ทำได้จริง แล้วเราก็ทำให้เห็นอยู่ การค้าชายแดนก็เป็นอีกตัวที่ทำเงินให้ประเทศด้วย