สุธรรม ลั่น ‘6ตุลา’ ถึงผมตายจะยังถูกขุด ‘ปริญญา’ ฉุกความทรงจำ ‘จ่านิว’ ยํ้า ต่อให้เห็นต่าง ต้องไม่ฆ่าแกง สังคมสิ้นหวัง ต้องการแค่ระบบดี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักศึกษาจัดงาน 6 ตุลา ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “ความหวังที่ยังไม่ตาย วิวัฒนาการอุดมการณ์นักศึกษา” โดยมีผู้เป็นตัวแทนนักศึกษาฝึกงานองแต่ละยุคสมัย ได้แก่ นายสุธรรม แสงประทุม อดีตนักศึกษาจากยุคเหตุการณ์ 6 ตุลา, รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตนักศึกษาจากยุคเหตุการณ์พฤษภาคมทมิฬ ในปี 2535, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักกิจกรรมทางการเมือง และ นายชานันท์ ยอดหงษ์ นักวิชาการ และผู้รับผิดชอบนโยบายด้านอัตลักษณ์และความหลากหลายทางเพศ พรรคเพื่อไทย ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน
- อนุสรณ์ อุณโณ เชื่อคนรุ่นใหม่ฆ่าไม่ตาย ไม่เคยหายจากสมรภูมิ ปชต. เพราะเงื่อนไขสู้ยังอยู่ครบ
- ‘มายด์-ไผ่’ แถลงก้าวต่อไป ‘ราษฎร’ วาง 3 เดิมพันกดดัน ‘ยุบสภา’ จัดเลือกตั้งโปร่งใส ด่วน!
- พรรคการเมือง-ภาคประชาชน วางหรีด 6 ตุลาแน่น มธ. ‘ครย.112’ จำลอง ‘ประตูแดง’ รำลึก
- หลั่งไหลรำลึก 6 ตุลา ติดภาพวีรชนหน้าหอประชุม มธ. แจกหนังสือ ‘เราไม่ลืมจารุพงษ์’
บรรยากาศภาพรวมของงานเสวนา วิทยากรทั้ง 4 ท่านร่วมกันบอกเล่าถึงมุมมองที่มีต่อเหตุการณ์ 6 ตุลา และอุดมการณ์ทางการเมือง อันเป็นมุมมองจากอดีตนักศึกษาที่อยู่ในช่วงเวลาและบริบททางสังคมและการเมืองที่แตกต่างกัน
นายสุธรรม ในฐานะผู้เคยผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลากล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ความอยุติธรรมของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ควรจะเลือนหายไปเพราะถือว่าเราเป็นฝ่ายแพ้ แต่วันนี้เหตุการณ์ 6 ตุลามีความสำคัญมากกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไปแล้ว เพราะว่าเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ นั้นความไม่เป็นธรรมยังคงวนเวียนอยู่
“ในวันนี้มีการพูดถึงกันในหลายแง่มุมมากขึ้น คนรุ่นใหม่พยายามสนใจประวัติศาสตร์ ศึกษาว่ามลภาวะอะไรที่ทําลายระบอบประชาธิปไตย หากผมตายไป สิ่งเหล่านี้ก็คงจะดําเนินต่อไป” นายสุธรรมกล่าว
ด้าน รศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ตอนสมัยเรียนหนังสือ ความทรงจำของตนเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และ 6 ตุลาฯ มีความปะปนกัน
“ณ ตอนนั้น ไม่เคยคิดว่าจะมีการปราบปรามเข่นฆ่ากันระหว่างกลุ่มคนที่เห็นต่างกันอีก ไม่คิดว่าจะมีการปฏิวัติยึดอำนาจอีกเสียเสียด้วยซํ้า” รศ.ดร.ปริญญาเผย
นอกจากนี้ รศ.ดร.ปริญญายังกล่างถึงข้อคิดจากเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ด้วยว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีการแพร่ระบาดของข่าวปลอมเยอะมาก จากกรณีการแสดงละครเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับช่างไฟฟ้าที่ถูกแขวนคอ ก็ถูกบิดเบือนว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนนำไปสู่การฆ่ากันในเข้าตรู่วันที่ 6 ตุลา แต่ในปัจจุบันนี้เมื่อเรามีโซเชียลมีเดีย เราก็สามารถต่อสู้กับข่าวปลอมได้ เราสามารถต่อสู้กับเรื่องที่ไม่จริงได้แล้ว

ขณะที่ นายสิรวิชญ์ หรือ จ่านิว ในฐานะนักเคลื่อนไหว กล่าวถึงบทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์ 6 ตุลาว่า เราอยู่ในสังคมที่มีความหวังได้ยากมาก แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องอย่าเชื่อว่าใครเป็นคนดีอย่างง่ายดายเกินไป เราไม่ต้องการคนดี เราต้องการระบอบที่ดี ซึ่งระบอบที่ดีและเลวน้อยที่สุด ก็คือระบอบประชาธิปไตย ที่คน 1 คนมี 1 เสียง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง
“สังคมไทยควรกําหนดข้อสรุปไปเลยว่า ต่อให้เห็นต่างการเมืองขนาดไหน เราก็จะไม่มาตีกัน ไม่มาฆ่ากัน แล้วเราจะไม่สะใจกับการที่คนขั้วการเมืองตรงข้ามถูกทําร้ายหรือถูกฆ่า เห็นต่างยังไงแต่เราก็ต้องเคารพความคิดตรงนี้ให้ได้” นายสิรวิชญ์กล่าว


