คอลัมน์หน้า 3 : ข่าวลือ ข่าวปล่อย ระวัง ! อาจไม่ได้เลือกตั้ง มีรากฐาน อย่างไร
การแพร่กระจายของ “ความเชื่อ” ที่ว่าอาจไม่มี “การเลือกตั้ง” แม้วาระแห่งสภาผู้แทนราษฎรจะจบสิ้นในเดือนมีนาคม 2566
เป็น “ความเชื่อ” บนฐานแห่ง “ความระแวง”
ระแวงจากท่วงทำนองการเตะถ่วงในเรื่อง “การเลือกตั้ง” จาก คสช.ผ่านการแปรเปลี่ยนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ตั้งแต่การคว่ำ “ร่าง” รัฐธรรมนูญ ฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ตั้งแต่การใช้เวลายาวนานถึง 2 ปีภายหลังการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
และการใช้กลไกในทาง “นิติสงคราม” มาเป็น “อาวุธ”
พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความชอบธรรมจากคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ความเชื่อจากฐานแห่ง “ความระแวง” ก็ยิ่งแพร่กระจาย
หากมองจากความเป็นจริงที่ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เติบโตใน “กองทัพ” ก่อนเข้าสู่ “การเมือง”
หลักการพื้นฐานของทหารก็คือ จะรบก็เมื่อมีความมั่นใจ นั่นก็คือ ความมั่นใจในชัยชนะว่าจะเป็นของฝ่ายตน
ไม่มีทหารคนใดจะตัดสินใจ “รบ” หากรู้ว่า “แพ้”
ความเป็นจริงในขณะนี้แสดงออกอย่างเด่นชัดว่า สนามการเลือกตั้งเป็นของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
ไม่ว่าที่ “กาฬสินธุ์” ไม่ว่าที่ “ร้อยเอ็ด”
ความคึกคักของพรรคเพื่อไทยดำรงอยู่บนสภาพอันง่อนแง่น แตกแยกภายในของพรรคพลังประชารัฐ หากเข้าสู่สนามเลือกตั้งก็แพ้แน่นอน
ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยจึงกลายเป็น “ความจริง”
ความเป็นจริงของพรรคเพื่อไทยเป็นความจริงที่มิได้ดำรงอยู่อย่างเลื่อนลอย ว่างเปล่า หากแต่มีรูปธรรมยืนยัน
ไม่ว่าจะเป็นโดย “ไทยรักไทย” ไม่ว่าจะเป็นโดย “พลังประชาชน”
พรรคไทยรักไทยชนะเมื่อเดือนมกราคม 2544 ชนะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 พรรคพลังประชาชนชนะเมื่อเดือนธันวาคม 2550
พรรคเพื่อไทยชนะในเดือนกรกฎาคม 2554
แม้จะผ่านมรสุมแห่งรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 แต่ในสนามเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 พรรคเพื่อไทยก็มาอันดับ 1
พรรคพลังประชารัฐที่มาอันดับ 2 ในวันนี้เป็นอย่างไร
ความเป็นจริงในด้านของพรรคพลังประชารัฐเป็นเช่นนี้ ความเป็นจริงในด้านของพรรคเพื่อไทยเป็นเช่นนี้
นี่คือ “โจทย์” ที่วางแบบ ณ เบื้องหน้า
ข่าวลือที่ว่าอาจไม่มีเลือกตั้ง หรือความพยายามในการยื้อ ซื้อเวลา เตะถ่วงการเลือกตั้ง จึงดังขึ้นอย่างกึกก้อง
ไปไกลถึงกับอาจมี “รัฐประหาร”
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง กลยุทธ์ของ “ระบอบ” อันมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นตัวแทนมักใช้กระบวนการ “นิติสงคราม” มากกว่า
นี่คือ “แนวโน้ม” นี่คือ “ทิศทาง” ที่เห็นและเป็นอยู่

