‘ณัฐชา’ ชี้ ‘ผู้กอง-สามมิตร’ ย้ายขั้ว สะท้อน ‘ประยุทธ์’ ไม่เหลือใครนอกจากอำนาจที่ปล้นมา เผย นักเลือกตั้งจมูกไวรู้ว่ากระแสประชาธิปไตยนำกระสุน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ย้ายไปพรรคเพื่อไทย (พท.) และข่าวกลุ่มสามมิตร จะย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เหลือทรัพย์สมบัติเพียงอย่างเดียว คือตำแหน่งใน ครม. ที่ยังดึงรั้งเอาไว้ด้วยผลประโยชน์ แต่ขณะเดียวกัน สิ่งสุดท้ายที่เหลือของ พล.อ.ประยุทธ์ก็ใกล้จะหมดเวลาเต็มทน ผู้ที่เห็นอนาคต ไปไกลมากกว่าตำแหน่งทางการเมืองอันหอมหวาน บางคนเขาไม่สนใจ แต่มองมาที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ที่ประชาชนมองว่าเป็นความหวัง แต่ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังที่จะใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี ใส่พานรอให้ใครก็ได้ ที่ต้องการสวามิภักดิ์ตัวเอง มารับตำแหน่งไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหลือใครแล้ว นอกจากอำนาจที่ปล้นประชาชนมา และกำลังใช้ในห้วงโค้งสุดท้ายก่อนจะหมดอายุ
เมื่อถามว่า หากกลุ่มสามมิตร ย้ายออกจากพรรค พปชร. และ ร.อ.ธรรมนัส ไปอยู่กับพรรค พท.จริง จะส่งผลต่อการจัดทัพของพรรค พปชร.ในการเลือกตั้งรอบหน้ามากน้อยแค่ไหน นายณัฐชากล่าวว่า กลุ่มต่างๆ ที่พูดถึงเป็นกลุ่มก้อนนักเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเลือกตั้งครั้งใด เขาหวังกระแส กับกระสุน พรรคไหนมีกระแส มากกว่ากระสุน เขาก็จะเลือกไปพรรคนั้น หรือพรรคไหนมีกระสุน มากกว่ากระแสในบางห้วงเวลา เขาก็จะอาจจะไป กระสุนในที่นี้หมายถึงทั้งเงินทอง อำนาจและกฎหมายรอบที่แล้วต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาพรรคที่สืบทอดอำนาจมาอย่างพรรค พปชร. เต็มเปี่ยมทั้งเงินทอง อำนาจ หรือกฎกติกา ดังนั้น กลุ่มนักเลือกตั้ง ก็จะย้ายองคาพยพของตัวเองไปอยู่แต่หากวันหนึ่งวันใด กระแสสังคมพูดเป็นเสียงเดียวกันเรื่องพรรคที่มีกระแสประชาธิปไตย อาทิ พรรค ก.ก. และพรรค พท. ก็จะเรียกว่า มีกระแสประชาธิปไตยนำกระสุนต่างๆ ดังนั้น นักเลือกตั้งก็จะเฮโลไปในฝั่งที่ว่าตัวเองจะได้เข้าสู่อำนาจ

