09.00 INDEX ยอกย้อน ซ่อนเงื่อน ปรับครม. ปมจาก ภายใน พลังประชารัฐ

9.10.22 | 08:00 น.

09.00 INDEX ยอกย้อน ซ่อนเงื่อน ปรับครม. ปมจาก ภายใน พลังประชารัฐ

มีความเด่นชัดตั้งแต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หวนคืนสู่การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีในวันที่ 1 ตุลาคมแล้วว่าปัญหาการปรับครม.มาจากปัจจัย “ภายใน” เป็นด้านหลัก

ปัญหามิได้มาจากพรรคภูมิใจไทย ปัญหามิได้มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ปัญหามิได้มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา

ตรงกันข้าม ปัญหามาจากพรรคพลังประชารัฐมากกว่า

กล่าวอย่างถึงที่สุดยังเป็นปัญหาระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเป็นด้านหลัก

หากมองจากพื้นฐ่านแห่งการดำรงอยู่ของพี่น้อง “กลุ่ม 3 ป.”

Advertisement

ความผูกพันของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทางส่วนตัวยังแนบแน่น

เห็นได้จากเมื่อทราบข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่สบาย ไม่สามารถร่วมประชุมครม.ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ไปเยี่ยมถึงบ้านป่ารอยต่อ

ปมอันทำให้เกิดปัญหาเนื่องมาจากการจัดสรรอำนาจภายในพรรคพลังประชารัฐยังไม่ลงตัว

เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังติดอยู่หลาย “ปม”

 

การจัดคนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่หาคนสอดสวมไปในตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย ในกระทรวงศึกษาธิการก็เรียบร้อย

ขณะที่มองเข้าไปในพรรคพลังประชารัฐก็ปรากฏว่ามีอยู่หลายกลุ่มที่ต้องการเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะมองผ่านจำนวน 14 ส.ส.จากภาคใต้ที่ไม่เคยได้ตำแหน่งใดๆ ในครม. ไม่ว่าจะมองผ่านการกดดันจากกลุ่มสมุทรปราการที่ต้องการอาวุธเพื่อไปต่อกรในพื้นที่

ขณะเดียวกันร่องรอยแห่งอิทธิพลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโซสินวัฒน์ หลังถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ยังดำรงอยู่ผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เด่นชัด

ยิ่งกว่านั้น ความต้องการจาก “ภายใน” ของพรรคพลังประชารัฐยังกระทบโดยตรงไปยังพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อีกด้วย

การบริหารผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึง “เสี่ยง” สูงยิ่ง

 

มีความพยายามสร้างภาพแห่งความเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง พี่น้อง 3 ป.อย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อย้อนไปยังสถานการณ์เดือนกันยายน 2564 ก็สยอง

เป็นความสยองอันสะท้อนจุด “ร้าว” และร้าวลึกมากยิ่งขึ้นภายหลังคำสั่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม อย่างเห็นเป็นรูปธรรม

แต่ละปัจจัยจึงล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ “ปรับครม.” ทั้งสิ้น