‘กกต.’แก้ระเบียบฯ ชูองค์กรตรวจสอบเลือกตั้ง ยันเดินหน้าสรรหาเลขาฯกกต.ใหม่

15.11.16 | 17:11 น.
ธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาฯกกต.

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการกกต.แถลงผลการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมกกต. ได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยองค์การเอกชน พ.ศ. … เพื่อเป็นการสนับสนุน และขยายเครือข่ายองค์การเอกชน รวมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนให้เข้ามาเป็นกลไกช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้งเมื่อมีการเลือกตั้งทุกระดับ โดยที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ คือ 1.ความง่าย ทั้งในเรื่องการจดทะเบียนองค์การเอกชนที่ง่ายขึ้น มีการลดจำนวนสมาชิกจากเดิมต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน ให้เหลือไม่น้อยกว่า 15 คน และในการรับรององค์การเอกชนนั้น กกต.สามารถมอบอำนาจให้ เลขาธิการ กกต. หรือรองเลขาธิการ กกต. ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และอนุกรรมการไม่เกิน 6 คน มีอำนาจรับรองแทนกกต.ได้ รวมทั้งมีการขยายอายุการรับรององค์การเอกชน ให้มีอายุครั้งละ 5 ปี 2.การทำงานยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการเสนอโครงการขอตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งได้ รวมทั้งการรับรองบัญชีโครงการโดยไม่ต้องจัดให้การรับรองบัญชีเว้นแต่โครงการวงเงินเกิน 200,000 บาท 3.กลไกการทำงานมีประสิทธิภาพ โดยให้องค์การเอกชนที่มีขนาดเล็กสามารถเสนอโครงการตรวจสอบเฉพาะบางพื้นที่ได้ ตามความเหมาะสม และ 4.อาสาสมัครองค์การเอกชนมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ความคุ้มครองหากอาสาสมัครฯ ประสบอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรองรับต่อไป กกต.มีเป้าหมายว่าหลังจากมีระเบียบดังกล่าว จะมีองค์การเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างน้อยจังหวัดละ 1 องค์การ และมีอาสาสมัครตรวจสอบการเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด โดยจะสามารถเข้าไปนั่งในหน่วยเลือกตั้งเพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้


นายธนิศ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม กกต.ยังได้พิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. คนใหม่ ที่ผ่านมาอยู่ในชั้นของคณะกรรมการการสรรหาที่ต้องเสนอเข้ามาให้ กกต. พิจารณา ส่วนสาเหตุที่ดำเนินการไปได้ช้านั้น อยู่ที่ประเด็นคุณสมบัติของผู้สมัครที่มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ทำให้มีการชะลอกระบวนการสรรหาไปก่อน เพราะเกรงว่าศาลปกครองจะสั่งยกเลิกกระบวนการสรรหา แต่ขณะนี้เห็นว่าเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว ทางคณะกรรมการสรรหาจึงส่งเรื่องเข้ามาให้ กกต. พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนตามประกาศ เพราะศาลปกครองยังไม่มีการสั่งคุ้มครองชั่วคราว กกต.มีมติให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาตามประกาศต่อไป โดยจะเหลือขั้นตอนการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาจะคัดเลือกและเสนอชื่อคนที่ได้คะแนนเกิน 70 คะแนน ให้ กกต.พิจารณาต่อไป ส่วนจะมีการแสดงวิสัยทัศน์วันไหนนั้นคณะกรรมการสรรหาจะต้องเป็นผู้พิจารณา