‘สมชัย’ อัด กรธ.ปมผู้ตรวจการ ลต. ชี้นวัตกรรมฟุ้งซ่าน

‘สมชัย’ อัดกรธ. ปมผู้ตรวจการ ลต. ชี้นวัตกรรมฟุ้งซ่าน – ยุ่งยาก เชื่อร่าง พ.ร.บ.กกต. มีปัญหาตีความ ขอความเป็นธรรมเซ็ตคุณสมบัติองค์กรอิสระ แจง ‘ภุชงค์’ เข้าใจผิดวาระ กกต.ลากยาว 10 ปี

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง แถลงถึงเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า เท่าที่เห็นเนื้อหาพบว่ากรธ.มีการออกแบบเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มีความพยายามสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งไทย โดยการให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ขึ้นมาทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด จำนวน 5-8 คน รวมทั่วประเทศประมาณ 500-600 คน มีระยะเวลาทำงาน 50 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง แบ่งเป็นคนในพื้นที่ 2 คน นอกพื้นที่ 3-6 คน ในส่วนคนนอกพื้นที่ให้มีการจับฉลากว่าจะได้ไปลงพื้นที่ใด การออกแบบดังกล่าวเป็นนวัตกรรมมุ่งกำจัดอิทธิพลจากนักการเมืองท้องถิ่น เพราะที่ผ่านมา กกต.จังหวัดที่เป็นข้าราชการอาจถูกอิทธิพลทางการเมืองท้องถิ่นครอบงำทำให้การเลือกตั้งขาดความสุจริต

“แนวคิดดังกล่าวถือเป็นเจตนาดี แต่กระบวนการคิดเป็นนวัตกรรมฟุ้งซ่าน จะหาคน 500-600 กว่าคนที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกจังหวัดได้อย่างไร เพราะแต่ละคนก็มีงานประจำทำอยู่แล้ว ดังนั้นการให้ไปทำงานอยู่จังหวัดอื่นเกือบถึง 2 เดือน เป็นไปไม่ได้ และถ้าจับฉลากได้จังหวัดที่ไม่อยากไปจะทำอย่างไร ก็จะเป็นปัญหา รวมถึงงบประมาณทั้งค่ารถ ค่าที่พัก ค่าสวัสดิการ เบี้ยเลี้ยงต่างๆ รวมกัน ใช้งบประมาณกว่า 150 ล้านบาท ถือว่าค่อนข้างมาก และการให้คนนอกพื้นที่ไปอยู่ในพื้นที่อื่นที่ไม่รู้จักพื้นที่จริง ก็จะเป็นปัญหาในการทำงาน ไม่กล้าที่จะลงพื้นที่ โดยหลักอยากให้ กรธ.พิจารณาทบทวน เพราะการออกแบบดังกล่าวเป็นการคิดที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่ทำงานได้” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมีบทบัญญัติที่มีปัญหาในการตีความหลายมาตรา นำไปสู่ความยุ่งยากในการดำเนินการ เช่นเรื่องคุณสมบัติของ กกต.ในมาตรา 8 (1) ที่กำหนดคุณสมบัติว่าต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นตุลาการ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด อาจทำให้มีการตีความได้ว่า กกต. ชุดปัจจุบัน ถือว่าเป็นกรรมการองค์กรอิสระไปแล้ว ทำให้กลับมาเป็นไม่ได้อีกหรือไม่ และมาตรา 8 (19) ที่กำหนดห้ามว่าต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลา 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา จะนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หรือจะนับย้อนกลับไป 3 ปี ตั้งแต่ กกต.ชุดปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ซึ่ง กรธ.ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้พิจารณาตีความคุณสมบัติ ตนเห็นว่าเป็นการโยนภาระเกินไป ต้องมีความชัดเจนในชั้นของ กรธ.จะเป็นผลดีกว่า เพราะคณะกรรมการสรรหาแต่ละชุดอาจตีความแตกต่างกัน ถ้ากล้าจริง กรธ.ก็ต้องตีความด้วยตัวเอง

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนของมาตรฐานการบังคับใช้กับองค์กรอิสระทุกแห่ง ขณะนี้มีการพูดถึงแต่ กกต.เพียงอย่างเดียว อยากได้ยินคำพูดตรงๆ เต็มปากเต็มคำ จากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ว่าหลักการดังกล่าวจะมีการบังคับใช้กับองค์กรอิสระทุกแห่ง รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย ทั้งนี้ กกต.ไม่มีปัญหาที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ขอให้เป็นกฎกติกาที่มีความเป็นธรรม อย่างกรณีคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญใหม่ กำหนดให้มาจากผู้เชี่ยวชาญสายนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์อย่างละ 1 คน แต่ขณะนี้มีอยู่สายละ 2 คน ต้องจับฉลากออกสายละ 1 คนหรือไม่ เช่นเดียวกับที่กำหนดคุณสมบัติเรื่องการดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี อยากถามว่าคนที่เป็นศาสตราจารย์ไม่ถึง 5 ปี จะถูกตัดออกหรือไม่ รวมถึงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษจะถือเป็นศาสตราจารย์หรือไม่ ทาง กรธ.ต้องตอบสังคมให้เกิดความชัดเจน ซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ก็มีการกำหนดคุณสมบัติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่สูงขึ้นเช่นกัน จึงอยากได้คำตอบว่าจะดำเนินการอย่างไร และหากมีการดำเนินการก็ควรทำในระยะเวลาพร้อมกันด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต.ตั้งข้อสังเกตว่าหาก กกต.ชุดปัจจุบันอยู่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีวาระดำรงตำแหน่งรวมแล้วถึง 10 ปี นายสมชัย กล่าวว่า นายภุชงค์อาจจะเข้าใจผิด วาระตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ 7 ปี กกต.ก็จะดำรงตำแหน่งต่อไปตามวาระที่เหลือของแต่ละคน เป็นวาระเฉพาะตัว เข้ามาเมื่อไหร่ครบวาระแล้วก็ต้องไป ไม่ได้ลากยาวถึง 10 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 มิถุนายน นายสมชัยจะเข้าร่วมเวทีสัมมนารับฟังความคิดเห็นของ กรธ. ต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่อาคารรัฐสภา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon