สถานีคิดเลขที่ 12 : ได้เวลา‘เปลี่ยน’ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข
ปัญหาราคาพลังงานพุ่งสูงในยุโรป ทำให้ชาวยุโรปที่ปกติหนีหนาวมาเที่ยวประเทศไทยในช่วงปลายปี รอบนี้เป็นการหนีหนาวและหนีค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน มาเที่ยวสบายๆ ในประเทศไทย
“ตัวช่วย” จากตะวันตก เป็นข่าวดีที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่จีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่มากของไทย ยังไม่ปล่อยนักท่องเที่ยวออกมา แต่คาดหมายว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะเริ่มต้น 16 ต.ค.นี้
เป็นสัญญาณด้านบวกท่ามกลางปัจจัยลบมากมาย
ปลายเดือน ต.ค.ไปจนถึง พ.ย.และ ธ.ค.ข้ามไปจนถึงเดือน ม.ค.2566 จะเกิดบรรยากาศที่ดีของการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งมีผลต่อการทำมาหากินของประชาชน ส่วนจะมากขึ้นในลักษณะไหน ต้องจับตากันต่อไป
และจะมีผลลดความตึงเครียดของสถานการณ์บ้านเมือง ที่อยู่กันมา 8 ปีแล้ว นับจากรัฐประหารเมื่อปี 2557 ภายใต้กฎกติกาที่มีเสียงทักท้วง และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
อ่อนล้าและอ่อนเปลี้ยกันไปหมด ทั้งผู้มีอำนาจและผู้อยู่ใต้อำนาจ คือประชาชนทั่วไป
สำหรับผู้บริหารประเทศ เป็นจังหวะที่ต้องคว้าจับ ขยายผลให้เกิดผลดีกับสังคมประเทศมากที่สุด
ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ยังเป็นจังหวะที่สภาจะครบวาระ 4 ปี ในเดือน มี.ค. 2566 ซึ่งหากครบวาระ จะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไป
คาดหมายว่า หลังจากฉลองปีใหม่ 2566 เป็นไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะยุบสภา แล้วจัดการเลือกตั้งในเดือน มี.ค.2566
แต่ในสภาพที่รัฐบาลเองไม่ค่อยพร้อมเลือกตั้ง อาจเกิดการลากยาว ไปจนใกล้ๆ สภาสิ้นวาระแล้วค่อยยุบสภา ไปเลือกตั้งในเดือน พ.ค.2566 ก็เป็นไปได้เหมือนกัน
ตอนนี้พรรคต่างๆ จึงพากันเตรียมความพร้อมเป็นการใหญ่
“ความพร้อม” สำหรับพรรคการเมืองในเทศกาลอย่างนี้ คือ ความพร้อมในเรื่องนโยบาย เรื่องผู้สมัครรับเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคหนึ่งเสนอชื่อได้ 3 คน หรือจะไม่เสนอก็ได้
พรรคที่ถูกโฟกัส ส่องกล้องมองกันมากๆ ได้แก่ ขั้วรัฐบาล ได้แก่ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคที่เป็นส่วนหนึ่งของการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน คือ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า และพรรคเกิดใหม่ อย่าง ไทยสร้างไทย สร้างอนาคตไทย และเศรษฐกิจไทย
และอีกขั้ว คือพรรคฝ่ายค้าน คือ เพื่อไทย ก้าวไกล เพื่อชาติ และอื่นๆ
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีการเปิดเผยออกมาเป็นระยะ แม้ยังไม่เป็นทางการ แต่ก็พอเห็นทิศทาง
ขณะที่โจทย์ภาคบังคับของประเทศ นอกจากเศรษฐกิจ การเมือง สังคม แล้ว ยังรวมถึงการนำประเทศปรับตัวรับสถานการณ์ใหม่ๆ ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การเลือกตั้งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คือโอกาสเดียวของประเทศในห้วงเวลาต่อไปนี้

