‘จุรินทร์’ จ่อเจรจาเพิ่มนำเข้าปุ๋ยจากจีน-คาซัคสถาน ประกาศต่อประกันรายได้ยาง-ปาล์ม

14.10.22 | 19:03 น.

‘จุรินทร์’ จ่อเจรจาเพิ่มนำเข้าปุ๋ยจากจีน-คาซัคสถาน ประกาศต่อประกันรายได้ยาง-ปาล์ม

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร และเป็นประธานในพิธีมอบเช็คชําระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้แก่เกษตรกร จ.ชุมพร ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า

ภารกิจที่กระทรวงพาณิชย์ เรื่องที่หนึ่ง ดูแลเกษตรกรโดยเฉพาะภาคใต้ พืชเกษตรสำคัญคือยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ สำหรับยางพาราราคาดีขึ้น ปีที่แล้วไปถึง 60 บาท/กก. ตอนนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ความต้องการน้ำยางไปผลิตถุงมือยางจึงลดลง ล่าสุด ยางแผ่นดิบ 47-50 บาท/กก. ขี้ยาง 21-23 บาท/กก. ถือว่าราคายังดี ส่วนปาล์มน้ำมันก่อนตนเข้ามากิโลกรัมละ 2 บาทกว่าหลายปี วันนี้ 4-6 บาท/กก. บางช่วงถึง 12 บาท/กก.

ซึ่งเป็นธรรมชาติของราคาพืชผลเกษตรทุกประเทศในโลกเหมือนกันราคาไม่เสถียรขึ้นกับตลาดโลก ความต้องการและผลผลิตในโลก เป็นไปตามกลไกตลาดโลก เป็นที่มาของนโยบายประกันรายได้ เกิดขึ้นตอนที่ประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว เป็นหลักประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้สองส่วนจากราคาที่ขายในตลาดและส่วนต่างจากรายได้ที่ประกัน โดยโอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส.โดยตรง จากโครงการประกันรายได้พืชเกษตร 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จ.ชุมพร มีเกษตรกรผู้ปลูกยาง 50,000 ราย ได้เงินรวมเฉพาะส่วนต่าง 765 ล้านบาท เฉลี่ยครัวเรือนละ 16,235 บาท ปาล์มน้ำมันมี 61,000 ราย โอนเงินส่วนต่าง 3 ปีที่ผ่านมา 1,230 ล้านบาท ได้ส่วนต่างเฉลี่ยรายละ 20,000 บาทในช่วงที่ผ่านมา อย่างน้อยแม้ราคาพืชเกษตรปาล์ม ยาง ไม่เสถียร แต่ตราบเท่าที่มีรัฐบาลชุดนี้จะช่วยประกันรายได้ให้พี่น้อง

สำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2542 สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 เพื่อช่วยเกษตรกร 2 เรื่อง 1.ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินไม่ให้เสียที่ดินไปเป็นของนายทุน โดยชดใช้หนี้กับกองทุนฟื้นฟูแทน เมื่อชำระครบจะคืนโฉนดให้กับเกษตรกร ซึ่งมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนจนถึงวันนี้ 5,600,000 ราย แก้ปัญหาหนี้สินไปแล้ว 500,000-600,000 ราย และวันนี้ลดดอกเบี้ยให้กับสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเหลือ 0% นอกจากนี้ จะมีเงินฟื้นฟูพัฒนาชีวิตเกษตรกรให้กับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ ของบกองทุนฟื้นฟูเพื่อนำไปลงทุนให้มีรายได้ยังชีพได้

Advertisement

สำหรับ จ.ชุมพร ช่วยเหลือพี่น้องมาแล้วให้เงินจัดการซื้อหนี้ช่วงที่ตนเข้ามาเป็นประธาน 168 ล้านบาท แก้ปัญหาหนี้เกษตรกรคืนโฉนดไปแล้ว 970 ราย ให้งบประมาณทำโครงการฟื้นฟูอีก 130 โครงการ เกือบ 100 ล้านบาท และวันนี้ 14 ตุลาคม มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่เป็นหนี้เพิ่มอีก 1,134 คน ใน จ.ชุมพร ซึ่งเกษตรกรคือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาเพราะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า เรื่องปุ๋ยที่บ่นว่าแพง ซึ่งแพงมา 1-2 ปี เพราะราคาน้ำมันโลกแพงขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาแก๊สในตลาดโลก แก๊สคือวัตถุดิบในการทำปุ๋ย ปุ๋ยต้องนำเข้า 100% ประเทศไทยผลิตเองไม่ได้ ราคาจึงขึ้นอยู่กับตลาดโลก ที่ผ่านมาราคาขึ้นไปหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้นทุนปุ๋ยแพงและต้องนำเข้าโดยใช้น้ำมันขนส่ง

ซึ่งตนพยายามปรับปรุงโครงสร้างราคาใหม่ลดกำไรลง แต่ต้องให้ผู้นำเข้าอยู่ได้ด้วย ไม่ให้ปุ๋ยขาดตลาด สำหรับเรื่องปุ๋ยขาดแก้ได้พอสมควร เพราะตนเจรจากับซาอุดีอาระเบียได้ปุ๋ยมา 450,000 ตัน และอีกไม่กี่วันนี้จะเจรจากับจีนและคาซัคสถาน ซึ่งเป็นประเทศผลิตปุ๋ยสำคัญ เพื่อนำปุ๋ยช่วยแก้ปัญหาไม่ให้ขาด แต่ปุ๋ยแพง ทั้งโลกยังแพงอยู่ แต่ราคาแก๊สกับน้ำมันเริ่มลดลง จะเห็นว่าปุ๋ยเริ่มราคาลดลงจากการติดตามราคา พบว่าปุ๋ยราคาลดลง ยูเรียลดลง 18% เทียบกับช่วงที่ราคาสูง และสูตร 21-0-0 ที่ใช้กับปาล์มน้ำมันลดลง 25%

ทั้งนี้ ขณะลงพื้นที่มีประชาชนที่มาต้อนรับได้อวยพรให้นายจุรินทร์เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยหน้า โดยบางส่วนกล่าวว่า “เที่ยวหน้าขอให้ท่านเป็นนายกฯ” “เป็นนายกฯสมัยหน้านะคะ” และมีประชาชนขอถ่ายรูปคู่กับนายจุรินทร์เป็นจำนวนมาก มีบางคนมาขอกอดและหอมแก้ม ซึ่งบรรยากาศคึกคักและเป็นกันเอง