คอลัมน์หน้า 3 : ศึกษา จากอดีต สถานการณ์ แห่ง‘ชัยชนะ’ ตกผลึก ความคิด
มีตัวอย่างในทางการเมือง 2 ตัวอย่างที่ควรศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียดเพื่อถอดเป็น “บทเรียน”
1 คือ “14 ตุลาคม” 1 คือ ชัยชนะ “ไทยรักไทย”
ต้องยอมรับว่า สถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516 เป็นสถานการณ์อันเรียกได้ว่ามีลักษณะ “มวลชน”
ส่งผลสะเทือนเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์จากชัยชนะของพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่
ทำให้ “นโยบาย” ได้กลายเป็น “อาวุธ”
กระนั้น เมื่อผ่านเดือนตุลาคม 2516 และเมื่อผ่านชัยชนะจากเดือนมกราคม 2544 ไปยังชัยชนะเดือนกุมภาพันธ์ 2548
กลับต้องประสบกับ “รัฐประหาร”
กล่าวสำหรับสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 อันถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ “มหาปีติ” นำไปสู่การ เคลื่อนไหวทางความคิด ทางการเมืองต่อเนื่องอย่างคึกคัก
แต่แล้วก็ต้องกลายเป็น “วันมหาวิปโยค”
สถานการณ์ล้อมปราบกลางมหานครในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้ทำลายดอกผลจากชัยชนะในสถานการณ์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ลง
อำนาจ “เผด็จการ” ได้เข้ามา “แทนที่”
เช่นเดียวกับที่พรรคไทยรักไทยได้สร้างปรากฏการณ์อย่างเปี่ยมด้วยความหวังจากชัยชนะเมื่อเดือนมกราคม 2544
และเห็นผลในการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548
แต่แล้วกระแสจากสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ก็ต้องสะดุด กระแสจากชัยชนะของพรรคไทยรักไทยก็ต้องสะดุด
เมื่อเกิดรัฐประหาร 2519 เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549
มีความจำเป็นที่ทุกพรรคฝ่ายในทางการเมืองจะต้องย้อนกลับไปศึกษาอดีตเมื่อปี 2516 และอดีตเมื่อปี 2544 อีกครั้งหนึ่ง
ศึกษาจุดอ่อน ข้อบกพร่อง มาเป็น “บทเรียน”
อย่างน้อยก็เพื่อทำให้ชัยชนะที่พรรคเพื่อไทยจะได้มามีหลักประกัน อย่างน้อยก็เพื่อทำให้ชัยชนะไม่ถูกปล้นอีก
คำถามก็คือ ชัยชนะที่ได้มาเป็นชัยชนะอย่างแท้จริงหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะเมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะเมื่อเดือนมกราคม 2544 ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548
จำเป็นต้องมองไปยัง “อำนาจรัฐ”
จำเป็นต้องมองไปยังกระบวนการบริหารจัดการ กระบวนการในการเปลี่ยนแปลงว่าดำเนินไปอย่างไร
มีการปฏิรูปและแตะไปยัง “โครงสร้าง” หรือไม่
หากมองจากด้านของ โทนี่ วู้ดซัม หากมองจากด้านของ ทิม พิธา เรื่องเหล่านี้เหมือนกับเป็นหญ้าปากคอก
ไม่อยู่นอกเหนือ “สติปัญญา” ที่มีอยู่
กระนั้น ภายในพรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องขบคิด พิจารณา กระนั้น ภายในพรรคก้าวไกลก็จำเป็นต้องขบคิด พิจารณา
เพื่อมิให้ “ชัยชนะ” ที่ได้มาต้องถูก “ปล้นชิง” ไปอีก

