“สมชัย” ค้านหัวชนฝาหลัง กรธ.จ่อใช้คุณสมบัติใหม่โละกรรมการองค์กรอิสระ ย้ำถ้าทำต้องใช้มาตรฐานเดียวทุกองค์กร เชื่อวุ่นแน่ซ้ำงานไม่ต่อเนื่อง อัดวางดีกรีสูงลิ่วไม่สู้ผลงานประจักษ์ ฉะให้เลิกติดยึดใบปริญญา
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวว่า กรณีที่ตนไม่เห็นด้วย กรณี กรธ.จะใช้เกณฑ์คุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่ในการเปลี่ยนแปลงกรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบัน ไม่ใช่เพราะตัวเองจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมั่นใจว่าตนมีคุณสมบัติตรงตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนด เพราะเคยทำงานภาคประชาสังคมมาไม่น้อยกว่า 20 ปี ตนทำงานองค์กรกลางมาตั้งแต่ปี 2535 ดังนั้น ในส่วนตัวปัญหานี้จึงไม่ได้กระทบกับตน แต่ที่พูดเพราะเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นธรรม และจะมีกรรมการองค์กรอิสระอื่นได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยปกติเมื่อมีการร่างกฎหมายใหม่ ก็จะมีการเขียนในบทเฉพาะกาลว่าให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่เดิมนั้นให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ แต่ในครั้งนี้กลับจะมีการเขียนว่าให้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือว่าไม่เป็นธรรมพอสมควร
“ถ้า กรธ.จะยึดหลักเกณฑ์จริงจะก่อให้เกิดความวุ่นวายกับองค์กรต่างๆมากมาย การที่บอกว่า กกต.ต้องเป็นองค์กรแรกที่ต้องดำเนินการ ถ้าจะทำต้องทำพร้อมๆ กัน ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญ กสม.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ล้วนแต่ทำให้คนอยู่เดิมได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ซึ่งในเวลานี้เรากำลังจะเปิดศักราชทางการเมืองใหม่ การทำงานหลายอย่างต้องการทำงานต่อเนื่อง ต้องการคนเก่าที่รู้ปัญหา ผมไม่เชื่อว่าการเอาคนมาใหม่ทั้งหมดจะตอบโจทย์ได้มากกว่า” นายสมชัยกล่าว
เมื่อถามว่าตามกฎหมายใหม่ กกต.จะมีอำนาจมาก กรธ.จึงมองว่าจำเป็นต้องได้คนที่มีความรู้ความสามารถพอสมควรจึงกำหนดคุณสมบัติไว้สูง นายสมชัยกล่าวว่า เป็นความคิดที่ดี แต่การเชื่อว่ากำหนดคุณสมบัติไว้สูงแล้วจะได้คนดีนั้น ตนเห็นว่าผลงานสำคัญกว่าคุณสมบัติ คนไม่จบดอกเตอร์อาจทำงานได้ดีกว่าคนจบดอกเตอร์ หลายคนที่ไม่จบปริญญาก็ทำงานและประสบความสำเร็จมากกว่าคนจบปริญญา คุณสมบัติจึงเป็นเพียงมายาภาพที่สังคมควรเลิกติดยึดได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่แค่ 4 เดือน หรือ 4 ปี จากนี้ก็จะทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีลดราวาศอก ถ้าเขาให้อยู่ทำก็ทำ ไม่ให้อยู่ทำ ก็ไม่ทำ ไม่เป็นปัญหา ไม่ซีเรียสเลย

