‘ราเมศ’ เตือนพรรคการเมืองชู แก้ 112 ต้องกล้าหาญยอมรับผลด้วย

16.10.22 | 12:06 น.

‘ราเมศ’ เตือนพรรคการเมืองชู แก้ 112 ต้องกล้าหาญยอมรับผลด้วย ชี้ เป็นแนวคิดไม่ต่างจากการนิรโทษกรรมให้คนผิดเหมือนในอดีต ย้ำชัด ตัวกฎหมายไม่มีปัญหา เหตุเป็นความผิดเฉพาะตัว

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองบางพรรคประกาศนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ว่า ส่วนของพรรค ปชป. ชัดเจนว่า พรรคไม่มีนโยบายที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 เรายึดมั่นในระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื้อหาสาระสำคัญของมาตราดังกล่าวนั้น ไม่ได้ไปสร้างความเสียหายความไม่เป็นธรรมให้กับใคร ต้องมองที่การกระทำของบุคคลมากกว่าตัวบทกฎหมาย หากมีการกระทำที่เป็นความผิดก็ว่าไปตามกฎหมาย และเป็นการกระทำความผิดส่วนตัว ไม่ใช่กฎหมายมีปัญหา ความคิดและการกระทำของคนต่างหากที่มีปัญหา เมื่อมีการก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ผิดถูกก็ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย


นายราเมศกล่าวต่อว่า ชัดเจนว่า มาตรา 112 ไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรมหรือรัฐธรรมนูญ แต่อาจจะขัดใจผู้ที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมือง พรรคการเมืองใดยื่นแก้ไขก็ขอให้กลับไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ดี เพราะได้เคยวินิจฉัยอธิบายความสำคัญของมาตรา 112 ไว้แล้ว และมาตรานี้ไม่ได้เป็นปัญหาตามที่มีผู้บิดเบือน การเสนอแก้มาตรา 112 ต่อสภาฯ การที่อ้างว่า เพื่อให้นักโทษทางความคิดได้รับการนิรโทษกรรมปล่อยตัว ไม่ให้เกิดนักโทษทางความคิดเพิ่มขึ้นอีก และเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศไทย เป็นการบิดเบือนทั้งสิ้น เหตุใดจึงไม่กล่าวถึงการกระทำของคนทำผิด

“ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่ต่างจากแนวความคิดเรื่องการนิรโทษกรรมให้คนทำผิดเช่นที่ผ่านมา ซึ่งความคิดและการกระทำที่ดีนั้นก็ไม่ควรจะต้องกลัวกฎหมายเช่นกัน แต่หากการคิดไม่ดีนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมายก็ต้องกล้าหาญออกมายอมรับผลด้วย อย่าขี้ขลาดตาขาว หลักการความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้ไม่สลับซับซ้อน พรรคการเมืองนักการเมืองมืออาชีพจะรู้หลักการพื้นฐานเรื่องนี้ดี พรรคไหนจะประกาศนโยบายก็เป็นเรื่องของพรรคการเมืองนั้นๆ และต้องรับผิดชอบ ที่สำคัญนโยบายต่างๆ ต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน” นายราเมศกล่าว