หน้าแรก คลิป ไฮไลท์ ส่อวุ่น! เพื่...

ส่อวุ่น! เพื่อไทย งัดหลักฐานมัด”ภักดี” ไม่ได้เป็น ป.ป.ช. (คลิป)

16.11.16 | 14:38 น.

“ปึ้ง-เรืองไกร” งัดหลักฐานมัด “ภักดี” ไม่ได้เป็นกก.ป.ป.ช. พร้อมจี้ ป.ป.ช.แถลงให้ชัดปมคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และอดีตรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ พร้อมนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงความคืบหน้าการทวงเงินเดือนและผลตอบแทนของนายภักดี โพธิศิริ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เบิกความที่ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรมช.คลัง และพวก โดยนายพิศิษฐ์ ได้นำหนังสือเบิกความลงวันที่ 29 เม.ย.58 และพบข้อเท็จจริงว่านายภักดี ไม่เคยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการป.ป.ช. จากนั้นมีผู้หวังดีนำหนังสือที่ป.ป.ช. ส่งไปสอบถามผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกรณีนายภักดี เพื่อขอข้อมูลต่างๆ มาดำเนินการต่อไป และตนได้ไปขอหนังสือฉบับนี้จากป.ป.ช.แล้ว และขอทราบว่าหลังผู้ว่าสตง.ส่งเรื่องไปให้ป.ป.ชแล้ว ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างไร เพราะผู้ว่าสตง.ชี้ชัดเจนแล้ว

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า และทุกครั้งที่ตนออกมาพูดเรื่องนี้จะมีนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช.ชี้แจงว่า ส.ว.มีมติเห็นชอบไม่ถอดถอนนายภักดีและเป็นเรื่องเก่า แต่ความจริงเป็นเรื่องใหม่ที่เกี่ยวกับ เรื่องการลาออกจากองค์กรเภสัชกรรมเมริเออร์ชีวะวัตถุ ซึ่งตนเคยร้องเรียนไปยังป.ป.ช.และสตง. โดยนายภักดีไม่ได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวโดยชอบตามกฎหมาย รวมถึงคำเบิกความของผู้ว่าสตง.ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ขอให้นายสรรเสริญ ศึกษากฎหมายให้ละเอียดรอบคอบ ก่อนออกมาตอบโต้ตนและนายเรืองไกรทั้งหมดที่กล่าวมาเท่ากับยืนยันว่าสิ่งที่เคยพูดว่าจบแล้ว ไม่มีการถอดถอน ไม่ผิด คุณสมบัติก็ขัดแย้งกับหนังสือของผู้ว่าสตง. เพราะหากถูกต้องทั้งหมด ป.ป.ช.จะทำหนังสือไปสอบถามผู้ว่าสตง.ทำไม

ด้านนายเรืองไกร กล่าวว่า ในครั้งนี้พยานหลักฐานค่อนข้างมีความชัดเจน โดยในหนังสือตนสนใจตรงคำท้ายที่ป.ป.ช.เรียนผู้ว่าสตง. ว่า เพื่อที่ป.ป.ช.จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ก็แสดงว่ายอมรับว่าสิ่งที่สตง.ชี้นั้นถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นที่ยุติตามที่ผู้ว่าสตง.ได้แถลง อย่างไรก็ตาม เมื่อป.ป.ช.ทำหนังสือฉบับนี้ไปถึงสตง. ก็ไม่เคยมีการแถลง และเราเองก็ไม่เคยทราบว่าสตง.พูดถึงหนังสือฉบับนี้อย่างไร โดยเรื่องนี้ป.ป.ช.ต้องตอบสังคมว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร และมีผลต่อเงินแผ่นดินอย่างไร อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่สตง.เองก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ วันนี้ป.ป.ช.ควรจะแถลงเรื่องนี้ตามมาด้วยให้ชัด

Advertisement

เมื่อถามว่า จำนวนป.ป.ช.ที่จะลดลงจะมีผลต่อคดีต่างๆที่กรรมการป.ป.ช.เคยมีมติในช่วงดำรงตำแหน่งหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า หลายครั้งก็ได้รับคำโต้แย้งว่า การนับคะแนนคือเสียไป 1 ซึ่งที่จริงแล้วก็ควรไปฟังคำของนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ที่กล่าวเมื่อครั้งถอดถอนส.ว. ไว้ชัด ว่า อำนาจขององค์คณะป.ป.ช.ถือว่าไม่ชอบ นายวิชัยใช้ว่าคนนอก คือใน 9 คน มี 1 คน ที่เป็นคนนอก เมื่อมีคนนอกอยู่ด้วยก็จะทำให้มติอีก 8 คน เสียไป เรามีหลักฐานเรื่องนี้แบบคำต่อคำชัดเจน ดังนั้น เมื่ออำนาจขององค์คณะที่พิจารณาไม่ชอบ จึงทำให้เสียทั้งหมด แล้วมาใช้กล่าวหาคดีอาญา หรือใช้กล่าวหาถอดถอนผู้อื่นก็ต้องขอถามกลับว่ามันชอบอย่างไร