หน้าแรก การเมือง พิชัย ดับฝัน ...

พิชัย ดับฝัน ‘ตู่’ อวดไทยที่ 5 เสือเอเชีย ชี้ดอกเบี้ยสหรัฐขึ้น ทุนสำรอง ปท.ลดต่ำสุดในรอบ 5 ปี

18.10.22 | 12:44 น.

‘พิชัย’ อัด ‘ประยุทธ์’ สร้างปัญหาต่อก่อปัญหาใหม่ ห่วง ดอกเบี้ยสหรัฐขึ้นทำเงินทุนไทยลดลง แนะฟังแนวทางไอเอ็มเอฟ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรค พท.ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่มีการกระจายคลิปของโน้ส หรือนายอุดม แต้พานิช ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จนเป็นกระแสฮือฮาทั่วโซเชียล และเป็นแนวทางเดียวกับที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท.ได้วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์มาตลอด และเคยแถลงความล้มเหลว 10 ข้อไว้แล้ว


ทั้งการเป็นรัฐบาลที่พึ่งไม่ได้ การกู้หนี้จากหลายชาติ ชาตินี้ใช้หนี้ไม่หมด แกล้งโกรธเพื่อกลบปัญหา โปร่งใสแต่ห้ามตรวจสอบโดยเฉพาะเรื่องสร้างปัญหาต่อก่อปัญหาใหม่ ที่จะเพิ่มขึ้นใหม่และประดังเข้ามาอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องเงินเฟ้อของไทยที่ยังสูงอยู่ที่ 6.41% ในเดือนกันยายน การขาดดุลการค้าและขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการขาดดุลการคลังจำนวนมากที่จะมีแผนกู้ใหม่ถึง 1.05 ล้านล้านบาทในปี 2566 ปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นปัญหาใหม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่รู้เลยว่าจะรับมืออย่างไร หรือพึ่งไม่ได้จริงตามที่นายอุดมบอก

นายพิชัยกล่าวต่อว่า ล่าสุด อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาในเดือนกันยายน อยู่ที่ 8.2% ซึ่งยังสูงมาก ทั้งที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 3 ครั้ง แต่เงินเฟ้อของสหรัฐก็ยังไม่ลดลงเลย ดังนั้น จึงเป็นไปได้สูงที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในครั้งหน้าธนาคารกลางสหรัฐน่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% อาจจะขึ้นถึง 2 ครั้งเลยก่อนสิ้นปี ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในสิ้นปีนี้อาจจะสูงถึง 4.50% อาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีหน้าด้วย

ทั้งนี้ การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะมีผลกระทบต่อไทยค่อนข้างมาก ซึ่งกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม แม้อาจจะไม่ขึ้นสูงเท่าแต่ก็คงต้องขึ้น เพื่อไม่ให้ช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐต่างกันมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อมากขึ้น อีกทั้งป้องกันไม่ให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศไหลออก โดยในเดือนกันยายนลดลงถึง 14,017 ล้านเหรียญ

Advertisement

ทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศไทยลดลงมาเหลือ 199,444 ล้านเหรียญ หลุดจาก 2 แสนล้านเหรียญแล้ว ซึ่งนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี และคิดเป็นการลดลง 18.9% จากปลายเดือนปีที่แล้ว ซึ่งหากยังลดลงอย่างรวดเร็วอีกก็น่าเป็นห่วง เพราะระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่สะสมมาตั้งแต่หลายรัฐบาลเป็นจุดแข็งของไทยจุดเดียวที่ยังมีอยู่ ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ระมัดระวัง เพราะอาจจะเป็นปัญหาหนักได้ในอนาคต

นายพิชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตามที่รัฐบาลอ้างว่ามีนิตยสารจัด ไทยอันดับ 5 ของเอเชีย ก็อยากให้รัฐบาลและ ธปท.ฟังคำแนะนำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดย Corinne Delechat หัวหน้าแผนกของเอเชีย แปซิฟิก ของไอเอ็มเอฟ และเป็นหัวหน้าภารกิจในประเทศไทยที่กล่าวเหมือนกับที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรค พท.ได้เคยเตือนไว้แล้วหลายครั้ง โดยเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาตลอดจากปัจจัยความเสื่อมถอยหลายด้าน

ดังนั้น การที่จะฟื้นเศรษฐกิจไทยจะต้องปรับเปลี่ยนหลายด้านพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะการลงทุนทางด้านดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศ การวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้เกาะกระแสการขยายตัวของการปรับเปลี่ยนด้านดิจิทัล และการปรับเปลี่ยนด้านสีเขียว หรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เร่งพัฒนาในการเป็นศูนย์กลางการค้าและศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคจะขยายฐานเศรษฐกิจของไทยให้มีการค้าการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับปัญหาของเศรษฐกิจโลกได้ จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ฟังมุมมองจากไอเอ็มเอฟที่บอกเหมือนคณะทำงานพรรค พท.ได้เตือนไว้แล้วบ้าง จะได้เลิกอคติคิดว่าเป็นการโจมตี

“ผู้นำที่ดีต้องเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกด้านเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงการทำงานของตนเอง แม้กระทั่งเสียงจากคุณโน้สที่นำเรื่องจริงมาทำเป็นเรื่องตลก สะท้อนผู้นำ ที่ในต่างประเทศก็ทำกันเสมอ เพราะนั่นเป็นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนส่วนใหญ่ ถึงขนาดที่เป็นกระแสกระหึ่มทั้งโซเชียลขนาดนี้ ถ้ายังปิดหูปิดตาส่งลิ่วล้อมาโต้แบบมั่วๆ ก็ควรจะต้องดีดตัวออกจากเครื่องบินที่บรรทุกคนไทยทั้งประเทศกันได้แล้ว มิเช่นนั้นก็คงไม่พ้นที่จะสร้างปัญหาต่อ ก่อปัญหาให้ให้คนไทยลำบากกันต่อไป” นายพิชัยกล่าว