เดินหน้าชน : สัญญาณเลือกตั้ง

19.10.22 | 11:02 น.
แฟ้มภาพ

การเมืองช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรบรรยากาศออกจะเรียบๆ พรรคการเมืองลงพื้นที่เช็กเรตติ้งเก็บแต้มสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนกันเป็นส่วนใหญ่

แม้พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นโต้โผเสนอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ หยิบยกเอาเหตุกราดยิงศูนย์เด็กเล็กที่หนองบัวลำภูตั้งเป็นโจทย์ไปพูดคุยในสภา ถึงขั้นเขียนญัตติรอไว้แล้ว คงไม่มีเสียงตอบรับเท่าไรนัก เพราะอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จะเข้าสู่สมัยประชุมปกติอยู่แล้ว

นับนิ้วดูแลลำพังพรรคฝ่ายค้านไม่เพียงพอจะยื่นเปิดด้วยตัวเอง ต้องไปอาศัยเสียงจากพรรครัฐบาล ก็ไม่น่าจะมีใครเอาด้วย สู้ใช้เวลาลงพื้นที่จะเป็นประโยชน์สำหรับนักเลือกตั้งมากกว่าเปิดหน้าให้ขั้วตรงข้ามมีช่องดิสเครดิตรัฐบาล

แต่หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่นับว่าน่าสนใจ คือการขยับขยายจัดทัพของบรรดาพรรคการเมือง ทั้งพยายามจับมือเป็นพันธมิตร รวมถึงการควบรวมระหว่างกัน เสริมความแข็งแกร่งในสนามเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง รับมือกับกติกาเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แยกกันระหว่าง ส.ส.เขตกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสูตรการคำนวณปาร์ตี้หารด้วย 100

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักกระฉับกระเฉง

Advertisement

เรียบร้อยกันไปแล้ว เห็นจะเป็น กรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคกล้า นำคีย์แมนของพรรคไป
อาศัยร่มเงาพรรคชาติพัฒนา

รีแบรนด์ “ชาติพัฒนา” ออกมาเป็น “ชาติพัฒนากล้า”

เช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในพรรคเศรษฐกิจไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรคและสถานะ ส.ส. ท่ามกลางกระแสข่าวฟันธงผู้กองธรรมนัสจะนำ ส.ส. 16-17 คนไปเสริมทัพให้กับพรรคเพื่อไทยสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

เช่นเดียวกับการดีล 2 พรรค “สร้าง” ระหว่างพรรคสร้างอนาคตไทยที่ชู นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่มีแนวโน้มร่วมเป็นพันธมิตร หรือที่สุดอาจไปถึงการควบรวมพรรค

จับอาการจากแกนนำของทั้งสองพรรค แม้ไม่ยืนยัน แต่ไม่ปฏิเสธเต็มปากเต็มคำ แบบที่ “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย แย้มออกมาถึงการพูดคุยกับพรรคไทยสร้างไทยเป็นปกติธรรมดาระหว่างพรรคการเมือง เพื่อมาแลกเปลี่ยนข้อมูล ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์ เพราะสนามเลือกตั้งที่จะมาถึงในเรื่องของกฎเกณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นปัจจัยหนึ่งที่พรรคการเมืองจะมานั่งคุยกันและคุยกับหลายพรรค ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยก็คุ้นเคยกันมาก่อน

ตามมาด้วย “น.ต.ศิธา ทิวารี” เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย พูดถึงยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้ง
หากการคำนวณ ส.ส.ใช้สูตรหาร 100 โอกาสที่พรรคใหม่และพรรคเล็กจะได้ ส.ส.ถึง 25 คนตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด เพื่อเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯทำได้ยากมาก แต่ละพรรคต้องรวมกันถึงจะมีโอกาสมากขึ้น แต่การรวมกันต้องพูดคุยกันอีกมาก อย่างไรก็ตาม ในสมัยพรรคไทยรักไทย คุณหญิงสุดารัตน์และนายสมคิดก็เคยร่วมงานกันมาก่อน

เมื่อตรวจสอบการขยับของบรรดาพรรคในระหว่างนี้ เชื่อว่าในระยะอันใกล้น่าจะได้เห็นความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีการคาดหมายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจยุบสภาภายหลังการประชุมเอเปคในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนผ่านพ้นไป เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

สัญญา รัตนสร้อย