ภายในความปั่นป่วนอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ “ความเงียบ” ซึ่งดำรงอยู่ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคเศรษฐกิจไทยมีความหมาย
จะเข้าใจในความปั่นป่วนของพรรคพลังประชารัฐจำเป็นต้องสนใจ “ประเด็น” ที่มีการเสนอขึ้นมาจาก “ภายใน”
ไม่ว่าจะเป็นการโยนหินถามทางในเรื่องทีมเศรษฐกิจโดยมีชื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหารมากด้วยความโดดเด่น
ไม่ว่าจะเป็นการชำระสะสางในพรรคโดยเริ่มจากความเข้มงวดในการจ่ายเงินรายเดือนนอกเหนือไปจากที่ได้รับจากสภาผู้แทนราษฎร
ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัครเข้าไปเป็นสมาชิกพรรค ประสานเข้ากับการตัดสินใจเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
เหมือนกับคำถามทั้งหมดจะแวดล้อมอยู่กับชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นด้านหลักแต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นสำคัญ
สำคัญพอๆ กับ “รวมไทยสร้างชาติ” และ “เศรษฐกิจไทย”
ต้องยอมรับว่าการเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติมีรากฐานจากสถานการณ์เดือนกันยายน 2564 และสัมพันธ์กับการเกิดขึ้น ของพรรคเศรษฐกิจไทยในจังหวะก้าวเดียวกัน
เพียงแต่ข้างหลังพรรครวมไทยสร้างชาติเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณระที่พรรคเศรษฐกิจไทยฉากหน้าอาจเป็น พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ที่อยู่เบื้องหลังยังเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ความเงียบที่ดำรงอยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีเหตุผล ความเงียบที่ดำรงอยู่ในพรรคเศรษฐกิจไทยจึงมีเหตุผล เพราะล้วนรอคอยจากสภาพความเป็นจริงในพรรคพลังประชารัฐ
เพราะคำตอบสุดท้ายขึ้นอยู่กับความเห็นร่วมและต่างกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แม้ว่าหมุดหมายอันเป็นเส้นแบ่งทางการเมืองอย่างสำคัญคือเดือนมีนาคม 2566 เนื่องจากเป็นวาระ 4 ปีจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2564
แต่ทุกสายตาล้วนจ้องมองไปยังการประชุมเอเปค
มีความเชื่อว่าภายหลังประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนที่จะมาถึง จะมีความแจ่มชัดในเส้นทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้คำตอบล่วงหน้ามาแล้ว

