09.00 INDEX การปฏิเสธ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จุด “ร่วม” ของ ปรีดิยาธร สมคิด
ไม่ว่าการปรากฏชื่อของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่ว่าการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งในทางการเมือง
ไม่เพียงแต่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เพียงแต่ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
หากที่สำคัญเป็นการเมืองอันเนื่องแต่ ‘รัฐประหาร’
เพราะว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล สำแดงบทบาทเป็นอย่างสูง หลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เพราะว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีผลต่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
หากไม่มีการเข้ามาอย่างมีจังหวะก้าวของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คงไม่นำไปสู่การต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
บทสรุปของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เมื่อพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 คือบทสรุปว่าด้วยผลสะเทือนจาก “แบ่งแยกแล้วปกครอง”
เป็นการแบ่งแยกแล้วปกครองจาก “ผู้นำ” จากนายกรัฐมนตรี
นั่นเองจึงทำให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ต้องเขียนบทความชี้ถึงความไม่เหมาะสมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะ “ไปต่อ”
อย่าได้แปลกใจเมื่อประสบเข้ากับคำถามที่พรรคพลังประชารัฐจะ เชิญ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เข้ามาดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “มือ เศรษฐกิจ” ของพรรค
จึงไม่มีคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นชิ้น เป็นอัน นอกจากการนิ่งเฉย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจได้ใช้จังหวะนี้ในการ 1 ชี้แจง ถึงกรณีของการยืม “นาฬิกาเพื่อน” และ 1 ยืนยันสัมพันธ์อันดีกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในฐานะเพื่อนนักเรียนตั้งแต่ระดับประถม
กระนั้น สถานะของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในทางการเมือง ก็แทบไม่แตกต่างไปจากสถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นั่นก็คือยากที่จะร่วมสังฆกรรมกับพรรคพลังประชารัฐได้อีก
ตราบที่พรรคพลังประชารัฐยังมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหตุผลของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มิได้มีอะไรซับซ้อนหากใครได้ อ่านบทความพิเศษแจกแจงเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ควรดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
ก็ย่อมจะบังเกิดอาการ “ตาสว่าง” และได้ “คำตอบ”
นั่นก็คือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ปฏิเสธการนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกับที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กำลัง เดินสาย “หาเสียง” อยู่ในขณะนี้
ทั้ง 2 เห็นว่าปัญหามาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

